posttoday
เพื่อไทยเข้ามุมอับแก้ลำชิงเสนอ ม.7

เพื่อไทยเข้ามุมอับแก้ลำชิงเสนอ ม.7

14 เมษายน 2557

อยู่ดีๆ ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ก็ออกมาเสนอให้ใช้มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2550

โดย...ทีมข่าวการเมือง

อยู่ดีๆ ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ก็ออกมาเสนอให้ใช้มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อทูลเกล้าฯ ขอพระราชวินิจฉัยแนวทางการแก้ปัญหา หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยและมวลชนแนวร่วมอย่างคนเสื้อแดงปฏิเสธการใช้มาตรา 7 เพื่อแก้ปัญหาการเมืองมาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ มาตรา 7 ซึ่งถูกเขียนไว้กว้างๆ ว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เป็นที่รู้กันในฐานะปลายทางการต่อสู้ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยสุเทพจะนำกลไกมาตรา 7 ใส่มือ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่รักษาการประธานรัฐสภาขณะนี้ เสนอทูลเกล้าฯ นายกฯคนกลาง หากคณะรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์พ้นสภาพเพื่อแก้ปัญหาเดดล็อกทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม โรดแมปของสุเทพยังมีความเสี่ยงที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่จะถูกเปลี่ยนตัวจากสุรชัย ไปสู่ตัวแทน สว.เลือกตั้ง ซึ่งเพิ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง 58 คน และกำลังจะได้รับการรับรองเพิ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งถูกวิเคราะห์ว่า สว.เลือกตั้งชุดนี้เป็นร่างทรงของฝ่ายการเมืองเกินครึ่ง

เป็นที่มาของเสียงประกาศกร้าวจากสุเทพ ว่า หาก ครม.พ้นสภาพด้วยคำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ จะขอเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เพื่อทูลเกล้าฯ มาตรา 7 เอง ตามมาด้วยเสียงโหมกระหน่ำตำหนิจากฝั่งเสื้อแดงและจากพรรคเพื่อไทย

ทว่าในบรรดาเสียงก่นด่าสุเทพ กลับมีหนึ่งเสียงเล็ดลอดจากชัยเกษม ซึ่งมีสถานะเป็นอดีตอัยการสูงสุด และกรรมการ ศอ.รส. ยังเป็นคนสำคัญของตระกูลชินวัตร ที่เห็นว่าจะใช้ช่องมาตรา 7 นี้ เสนอขอพระราชทานคำวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน

หมายความว่า เมื่อรัฐบาลนี้สิ้นสุดลง จะมี 2 ฝ่ายที่แย่งกันโยนเผือกร้อนอย่างมาตรา 7 ขึ้นข้างบน คือ ทั้งจากฝ่ายสุเทพ ผ่านรักษาการประธานรัฐสภา และจากฝ่ายรัฐบาลเอง

พลันที่ชัยเกษมโยนหินก้อนนี้มา ปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทยกลับไม่ได้โต้ตอบอะไร หากแต่เงี่ยหูฟังอย่างใกล้ชิด เพราะทุกคนรู้กันดีว่า ชัยเกษม คือที่ปรึกษากฎหมายสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย

พีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มือกฎหมายอีกคนที่ปฏิเสธมาตรา 7 มาโดยตลอด ถึงกับบอกว่าเป็นเสียงที่น่ารับฟัง ขณะที่ นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้โต้แย้งข้อเสนอนี้

เมื่อนำเสียงของโยนหินถามทางของชัยเกษม มาประกบกับเสียงของนพดลและพีรพันธุ์ ก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการทูลเกล้าฯ มาตรา 7 กลายเป็นอีกทางเลือกของพรรคที่ทำให้ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง

เพราะพรรคเพื่อไทยก็รู้ดีว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเชือด ครม.ให้พ้นสภาพ จนเข้าสู่สภาวะเดดล็อกทางกฎหมายนั้น ก็ไม่มีหนทางใดที่จะครองอำนาจต่อไปได้ มีเพียงไพ่ใบเดียวคือการปล่อยให้คนเสื้อแดงออกมาเผชิญหน้ากับ กปปส.และองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นช่องทางปลายเปิด และไม่เห็นอนาคตในระยะเวลาอันสั้น อย่างเลวร้ายที่สุดก็อาจเป็นแบบเดียวกันกับการชุมนุมในเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ซึ่งคนเสื้อแดงแพ้ในสมรภูมิอย่างหมดรูป

การกลืนน้ำลายตัวเองและทิ้งหมู่มหามิตรอย่างคนเสื้อแดงจำนวนมากด้วยการชิงเสนอมาตรา 7 อาจเป็นทางหนีทีไล่ที่ปลอดภัยกว่า แม้จะยังไม่รู้อนาคตก็ตามว่าจะเป็นอย่างไร

ทว่าเสียงจากฝั่งตรงข้ามอย่างพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส. ต่างพร้อมใจกันถล่มข้อเสนอของชัยเกษมทันที โดย ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ตั้งคำถามว่ารัฐบาลที่ทำผิดซ้ำซากจะเอาอำนาจใดมาเสนอมาตรา 7

ขณะที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ก็บอกว่าเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วน วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นเช่นเดียวกับถาวรว่า เมื่อถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน รัฐบาลก็ไม่เหลืออำนาจอะไรในการทูลเกล้าฯ แล้ว

ปฏิกิริยาของ กปปส. สะท้อนชัดว่า หากพรรคเพื่อไทยยอมรับว่าจะใช้ช่องทางมาตรา 7 เช่นเดียวกับ กปปส. วันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้รัฐบาลพ้นสภาพ ย่อมเกิดสุญญากาศว่า “ใครคือผู้มีอำนาจในการทูลเกล้าฯ ตามมาตรา 7”

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ และเป็นอีกหนึ่งปมที่สามารถพัฒนาไปสู่ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI