
พลิกปูม"ฮาร์ดคอร์โกตี๋"ขุนพลแดงตายน้ำตื้้น
โกตี๋ต้องมาตายน้ำตื้น เมื่อไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศพาดพิงสถาบัน จนรัฐบาลต้องลอยแพให้ตำรวจดำเนินคดี
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เวลานี้ชื่อของ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี กลายเป็นที่โจษจันอย่างมาก ภายหลังถูกศาลออกหมายจับในข้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้หนีออกนอกประเทศตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้
ในเรื่องนี้มีท่าทีออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ผ่านทาง “ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต” โฆษกพรรคว่า โกตี๋หลบหนีอยู่ในภาคอีสาน โดยได้รับการคุ้มครองจากผู้มีบารมีในพื้นที่และตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางนาย
ขณะที่ในเว็บไซต์ยูทูบได้มีการเผยแพร่คลิปที่อ้างว่าเป็นเสียงของโกตี๋ ซึ่งมีเนื้อหาระบุในทำนองว่าโกตี๋ได้หลบซ่อนอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งคลิปนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ได้บ่งถึงความเป็นไปได้ว่าโกตี๋ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว
นับว่าคดีของโกตี๋เป็นเรื่องที่ท้าทายการทำงานของตำรวจเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจมักถูกครหามาตลอดว่าค่อนข้างเกียร์ว่างเมื่อต้องมาดำเนินคดีเอาผิดกับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ดังจะเห็นได้จากกรณีของ เอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ หนึ่งในมวลชนที่มีพฤติกรรมดูหมิ่นสถาบัน ที่จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถนำตัวมาดำเนินคดีได้เมื่อไหร่
เส้นทางของโกตี๋ก่อนเป็นที่รู้จักในทุกวันนี้ เริ่มมาจากการเป็นผู้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ และกลุ่ม 24 มิถุนา ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่ต่อต้านการรัฐประหารเมื่อปี 2549 นอกจากนี้ยังเคยเป็นการ์ดให้กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อีกด้วย
จากนั้นได้ผันตัวเองมาเป็นแกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานีในนาม “กลุ่มปทุมธานีรักษ์ประชาธิปไตย” และนักจัดรายการวิทยุชุมชนเอฟเอ็ม คลื่น 105.65 พร้อมกับตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงที่ปทุมธานีเมื่อปี 2554
การเป็นแกนนำเสื้อแดงปทุมธานีนี่เองที่ทำให้คนส่วนใหญ่รู้จักโกตี๋มากขึ้น เช่น เมื่อปี 2555 โกตี๋ได้นำคนเสื้อแดงปิดถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณสำนักงานเขตดอนเมือง เพื่อทวงถามเงินช่วยเหลือจากกรณีผู้ประสบอุทกภัย
แต่นั่นยังไม่ทำให้ชื่อเสียงของโกตี๋เป็นที่รู้จักมากเท่ากับการนำมวลชนเสื้อแดงออกไล่ล่าพรรคประชาธิปัตย์ไปทุกแห่งที่พรรคมีการจัดเวทีผ่าความจริงเพื่อโจมตีการทำงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างปี 2555-2556 โดยมีอยู่หลายครั้งที่เวทีดังกล่าวของพรรคต้องล้มเลิกกลางคัน เพราะไม่สามารถทนต่อกระแสกดดันของคนเสื้อแดงกลุ่มโกตี๋ได้
ในช่วง กปปส.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กลุ่มโกตี๋กลายมาเป็นดาวเด่นของขบวนการเสื้อแดง แทน นปช. แต่ใช้แนวทางฮาร์ดคอร์จนถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “อริสมันต์สอง” ในหลายวีรกรรม เช่น พามวลชนไปรบกับพระพุทธะอิสระบริเวณเวทีแจ้งวัฒนะ จนเกิดการปะทะกันหลายครั้งและมีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝั่ง
นอกจากนี้ ยังท้ารบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และยังนำป้ายผ้าสนับสนุนการแบ่งแยกประเทศขึ้นที่เขตดอนเมือง จนกระทั่งถูกกองทัพบกแจ้งความให้เอาผิดกับโกตี๋ รวมถึงการประกาศจะจัดการกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แบบถึงลูกถึงคน ที่เตรียมชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์
ถึงแม้ว่าโกตี๋จะระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับแกนนำ นปช.อย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โดยอ้างว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดกระทำในนามส่วนตัว แต่เขาก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทย และเดินทางไปมาหาสู่ถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทยหลายครั้ง
แดงสายเหยี่ยวอย่าง โกตี๋ เคยให้สัมภาษณ์พิเศษ เมื่อปี 2555 ถึงสาเหตุที่ทำไมต้องเคลื่อนไหวแบบฮาร์ดคอร์ ว่า
“เพราะ นปช.ถอยเกินไป คุณสันติ อหิงสาไง พวกเราถึงตาย แต่วันนี้ผมสันตินะ แต่ผมไม่อหิงสา ผมจะสู้แบบนี้ คุณดีมาผมดีไป แต่ถ้าคุณแรงมาผมแรงไป คุณยิงหนังสติ๊กมาผมเอาก้อนหินไป คุณเอาดาบมาผมซามูไรไป คุณจุดสามแปดผมจุดสี่ห้า อะไรที่มีต้องสู้ไปจะสู้ไปกราบไปไม่ได้ สู้ไปถอยไปไม่เอา ต้องสู้ไปต่อยไป สู้ไปตีเข่าไป สู้ไปแทงคอไป นั่นแหละมันถึงจะชนะ”
ในสงครามรบของขบวนเสื้อแดง-เพื่อไทย กับเครือข่าย กปปส.-พรรคประชาธิปัตย์ โกตี๋ อาจถูกมองว่าเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่ไม่มีราคา หากแต่เลือกต่อกรกับผู้นำเหล่าทัพ เพื่อถีบตัวเองขึ้นมาให้เป็นที่รู้จักจนสามารถ “ต่อกร-ก่อกวน” กับฝ่ายต้าน ยิ่งลักษณ์ ได้ดุเด็ดเผ็ดร้อน โดยเฉพาะการใช้แนวทางฮาร์ดคอร์
กระนั้น โกตี๋เองก็ต้องมาตายน้ำตื้น เมื่อไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศพาดพิงสถาบัน จนรัฐบาลต้องลอยแพให้ตำรวจดำเนินคดีกับโกตี๋ มิฉะนั้นถ้ายังอุ้มอยู่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่อยู่ใน “สภาพเป็ดง่อย” ก็อาจพังพาบเร็วกว่าที่คาด จนไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีนายกรัฐมนตรีสิ้นสภาพ
โกตี๋เองถึงกับรับรู้ชะตากรรมก่อนเปรยถึง ยิ่งลักษณ์ ว่า “กำลังฆ่าคนที่ศรัทธาไม่ต่างจากเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล”







