
ไวรัสสร้างมนุษย์
คุณอาจคิดว่าไวรัสจะออกจากร่างกายคุณทันทีที่ไข้ลด แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป
คุณอาจคิดว่าไวรัสจะออกจากร่างกายคุณทันทีที่ไข้ลด แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป บางครั้งไวรัสก็ติดอยู่กับสารพันธุกรรมอย่างถาวร จีโนมของมนุษย์นั้นพิสูจน์แล้วว่าเต็มไปด้วยไวรัสโบราณ และที่จริงแล้ว จีโนมของเรามียีนมากมายที่มาจากไวรัสซึ่งมากกว่ายีนของเราเองเสียอีก
ถ้าไม่มีไวรัส มนุษย์จะไม่ได้กำเนิดขึ้นบนโลกนี้ ไวรัสนั้นเป็นแรงขับเคลื่อนทางวิวัฒนาการอันยิ่งใหญ่ มันไม่เพียงช่วยกำจัดสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่มองไม่เห็น ไวรัสอาจฝังตัวเองอยู่ในสารพันธุกรรม เปลี่ยนพันธุกรรมและวิวัฒนาการของสปีชีส์ต่างๆ โดยใช้เวลานับล้านๆ ปี
มนุษย์มีไวรัสอยู่ 8%
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า เรโทรไวรัส (Retrovirus) กระจายอยู่ทั่วทั้งสารพันธุกรรมของเรา โดยมีชิ้นส่วนของเรโทรไวรัสมากกว่า 100,000 ชิ้น เท่ากับราว 8% ของจีโนมมนุษย์ ในขณะที่ยีนที่เป็นของเราเองคิดเป็นเพียงมากกว่า 1% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ปี ค.ศ. 2010 นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นค้นพบไวรัสอีกตระกูลหนึ่ง เรียกว่า บอร์นาไวรัส (Bornavirus) อยู่ในจีโนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นักวิทยาศาสตร์อื่นทดลองแบบเดียวกัน และค้นพบฟิโลไวรัสที่มีชื่อเสียงอย่างอีโบลาและมาร์เบิร์ดในสารพันธุกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วย
น้ำลายคือกุญแจ
ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด เอนไซม์ที่มีชื่อว่าแอมีเลสนั้นช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลซับซ้อนในอาหาร ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ แอมีเลสผลิตได้เพียงในตับอ่อน แต่ในมนุษย์ แอมีเลสพบในน้ำลายด้วย นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ในอดีตไวรัสได้แทรกเข้ามาในยีน แล้วเปลี่ยนให้การผลิตแอมีเลสเกิดขึ้นผิดที่ นั่นคือเกิดขึ้นในน้ำลาย
โปรตีนสร้างรก
แอมีเลสไม่ใช่ตัวอย่างเดียวของไวรัสที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเรา ในปี 2000 ทีมนักวิทยาศาสตร์อเมริกันนำโดย จอห์น เอ็ม. แม็คคอย แห่งไบโอเจนไอเด็ค ในแมสซาชูเซตส์ ค้นพบยีนแปลกๆ ในจีโนมของเรา ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่ง อันเกิดขึ้นได้ในชั้นของเซลล์เฉพาะที่ในรกเท่านั้น ชั้นของเซลล์นี้ชื่อ ซินไซทิโอทรอโฟบลาสต์ (Syncytiotrophoblast) เป็นบริเวณที่เซลล์ของรก(มาจากตัวอ่อน) รวมตัวกับเซลล์ของมดลูก ชั้นของเซลล์นี้จะคอยดูแลให้ตัวอ่อนสามารถดูดซึมสารอาหารจากแม่ได้
เชื้อโรคตั้งรกรากอยู่ในยีน
ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์รู้จักแค่ไวรัสชนิดหนึ่งที่ฝังตัวอยู่ในยีนของสัตว์ นั่นคือไวรัสที่พบในโคอาลา ทำให้โคอาลามีสุขภาพที่แย่มาก ส่วนใหญ่จะตายเพราะโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ในปี ค.ศ. 2000 ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย ศ.เวย์น โรบินสัน จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ค้นพบว่าสุขภาพที่ย่ำแย่ของโคอาลานั้นเกิดจากเรโทรไวรัส ไวรัสนี้จะรุกรานเซลล์เม็ดเลือดขาว แล้วเข้าไปรวมตัวกับดีเอ็นเอของเซลล์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตตามธรรมชาติของโคอาลา
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าไวรัสจู่โจมบริเวณไหน เพราะมันสามารถรบกวนยีนหรือระบบต่างๆ ของโคอาลาที่ควบคุมการแบ่งเซลล์ได้ด้วย ถ้าเป็นกรณีหลัง โคอาลาก็จะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ไวรัสนี้รบกวนโคอาลามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 มีอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดทุกเซลล์และในทุกอวัยวะ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ไวรัสจึงแพร่ไปถึงเซลล์สืบพันธุ์ของโคอาลา และฝังตัวเข้าไปในดีเอ็นเอของเซลล์ไข่ เซลล์ไข่พัฒนามาเป็นลูกโคอาลา ซึ่งเป็นพาหะแพร่ไวรัสนี้ไปในสู่เซลล์ทั้งหมด







