posttoday
ดื่มผิดที่อาจถูกจับดำเนินคดี

ดื่มผิดที่อาจถูกจับดำเนินคดี

12 เมษายน 2557

ฉบับนี้ถือเป็นความพิเศษของผู้อ่านหลายท่าน เพราะเตรียมเฉลิมฉลองพบปะญาติพี่น้อง

โดย...เอกชัย จั่นทอง


ฉบับนี้ถือเป็นความพิเศษของผู้อ่านหลายท่าน เพราะเตรียมเฉลิมฉลองพบปะญาติพี่น้อง ในช่วงเทศกาล “สงกรานต์” หรือปีใหม่ไทย “เหล้า” หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด ถูกจัดเป็นตัวเลือกในการสร้างความสนุกสนานช่วงเทศกาลพิเศษเช่นนี้ และต้องถือว่าเป็นสิ่งต้องห้ามของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ไม่แต่เฉพาะผู้ขับขี่เท่านั้น แม้แต่คนเดินเท้าหรือผู้ที่โดยสารไปกับรถทุกชนิด หากดื่มเหล้าจนเมาขาดสติเสียการควบคุมตัวเองก็อาจทำให้ประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ดังที่เคยเป็นข่าวมาแล้วมากมาย

แม้ในปี 2550 ได้มีการออกกฎหมายห้ามผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด “เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์” ขับขี่รถยนต์เพื่อลดปัญหาเมาแล้วขับ จะต้องถูกตำรวจกวดขันจับกุมอย่างเข้มงวด แต่ยังมีผู้ขับขี่บางคนที่ฝ่าฝืนและปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับก็ยังคงเกิด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีการดื่มฉลองกัน

ดังนั้น ทุกชีวิตที่อยู่บนท้องถนนจึงต้องมี “สติสัมปชัญญะ” ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ยิ่งในช่วงหลังมีพฤติกรรมที่เสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยสาเหตุไม่ได้มาจากผู้ขับขี่แต่เป็นผู้โดยสารที่นำของมึนเมาขึ้นไปดื่มกินกันบนรถ ทั้งในรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ หรือบนกระบะท้ายรถปิกอัพซึ่งมีให้เห็นบ่อยครั้ง

กรมขนส่งทางบก ได้เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน (พ.ศ. 25542563) ที่ประเทศไทยมีเป้าหมายลดการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนลง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามบริโภคเครื่องดื่มบนทาง พ.ศ. 2555 มีผลบังคับใช้แล้ว และบังคับใช้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ทุกประเภท

ดื่มผิดที่อาจถูกจับดำเนินคดี

 

กฎหมายฉบับนี้ยังมีผลบังคับใช้กับผู้โดยสาร และงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยที่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เช่น บางท่านสงสัยว่าคนเมานั่งรถแท็กซี่กลับบ้านจะผิดหรือไม่ จึงอยากจะอธิบายให้ท่านเข้าใจประเด็นสำคัญกันก่อนสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการเมาแล้วขับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (ซึ่งบังคับคนเมาไม่ให้ขับรถ)


ดังนั้น คนเมาจึงนั่งรถกลับบ้านได้ไม่มีปัญหา ถ้าไม่ขับหรือไม่เอาเหล้าไปดื่มบนรถก็ไม่ผิดอะไร แล้วการนั่งดื่มเหล้าบนรถจักรยานยนต์ภายในบ้านตัวเองผิดหรือไม่ กรณีนี้ก็ไม่ผิดเช่นกันครับ เพราะดื่มในที่ส่วนตัวไม่ได้ดื่มบนทางหรือถนนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522


“จะเป็นความผิดต้องครบองค์ประกอบทั้ง 2 ส่วน คือ ดื่มบนทางสาธารณะในขณะขับขี่หรือโดยสารรถ แต่ที่สำคัญและจะลืมไม่ได้เลยก็คือกฎหมายนี้บังคับใช้กับรถตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นในรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ บนกระบะท้าย รถปิกอัพ บนรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทางหรือและกฎหมายฉบับนี้ไม่บังคับใช้กับรถไฟหรือรถรางนะครับ เนื่องจากไม่เป็นรถตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 แต่ทางที่ดีอย่านำขึ้นไป ซึ่งหากฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวจะต้องระวางโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ”

หลายคนอาจมองเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การนำมาย้ำเตือนในสัปดาห์นี้เพื่อต้องการเน้นย้ำให้ผู้อ่าน และญาติสนิทมิตรสหายหรือแฟนๆ ประจำคอลัมน์ มีสติดื่มไม่ขับ และสังสรรค์ให้ถูกที่ถูกเวลา เพราะแทนที่จะสนุกสนานมีแต่รอยยิ้ม อาจเปลี่ยนเป็นคราบน้ำตานะคร๊าบ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา