
ถนนตระกูลข้าวคึกรับสงกรานต์
เย็นทั่วหล้า...มหาสงกรานต์ ถนนตระกูลข้าวคึกทั่วไทย
เย็นทั่วหล้า...มหาสงกรานต์ ถนนตระกูลข้าวคึกทั่วไทย
บรรยากาศเทศกาล ‘เย็นฉ่ำทั่วหล้า...มหาสงกรานต์’ตามถนนตระกูลข้าวต่างๆทั่วภูมิภาคคึกคักแต่ละแห่งต่างงัดกลยุทธ์เด็ดทางการตลาดเนรมิตรงานประเพณีปีใหม่ไทยสร้างสีสันประชันความอลังการ ความมันส์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์พร้อมอัดกิจกิจกรรมาหลากหลายความบันเทิงประเพณีท้องถิ่นควบคู่กับความบันเทิงสากลเอาใจวัยรุ่นหัวใจอินเทรนด์ได้สนุกสนานแต่ปลอดแอลกอฮอล์ ส่งผลทำให้เศรษฐกิจคึกคักเงินสะพัดนับพันล้านบาท
หากแวะเวียนไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน ก็อย่าลืมไปเที่ยวสาดน้ำเล่นสงกรานต์บนถนนข้าวเหนียว อ.เมือง จ.ขอนแก่น ยังมีมนต์เสน่ห์ไม่แพ้ถนนข้าวสาร ที่กรุงเทพฯปีนี้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนยังจัดงานยิ่งใหญ่อลังการกว่าทุกปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงครบวงจรให้กับนักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับเทศกาลสงกรานต์ไทยทั้งกลางวันและกลางคืน ภายใต้แนวคิด "ซิดซิด สาดสาด ม่วนขนาดขอนแก่นคึกคัก"ตั้งแต่วันที่ 12-15 เม.ย. นี้โดยไฮไลน์ของงาน คือ ทำคลื่นมนุษย์นับแสนคน
เช่นเดียวกับที่ถนนข้าวปุ้น อ.เมือง จ.นครพนม ก็จัดงานยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเพราะจุดเด่นของสานเป็นการร่วมมือกันระหว่างไทย-ลาว ภายใต้คอนเซปต์‘กลางวันคึกคัก กลางคืนครึกครื้น’ที่บริเวณลานพนมนาคา ริมฝั่งแม่น้ำโขง เทศบาลเมืองนครพนม แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและลาวแห่ร่วมเล่นกันอย่างสนุกสนานทั้งที่โซนนิ่งการเล่นน้ำ และโซนแห้งสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งก็ยังคงยึดประเพณีสงกรานต์ปลอดแอนกอฮอล์ 100 เปอร์เซ็น ถนนข้าวเปียก อ.เมือง จ.อุดรธานี อยู่บริเวณถนนเทศาภิบาล รูปแบบกิจกรรมเน้นความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดพิธีสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เช่นเดียวกับถนนข้าวหอมมะลิ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ถนนข้าวกล่ำ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ถนนข้าวเม่า อ.เมือง จ.มหาสารคาม ถนนข้าวฮาง จ.หนองบัวลำภู ถนนข้าวฮาง จ.สกลนคร
ภาคตะวันออก ถนนข้าวฮิตไม่แพ้ภาคอีสาน คือ ถนนข้าวหลาม จ.ชลบุรี ภาครัฐและเอกชนเนรมิตหลากหลายกิจกรรมบันเทิงเอาใจนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ แต่หากยังเล่นไม่เต็มอิมก็สามารถไปเล่นต่อได้ที่ ถนนข้าวทิพย์ จันทบุรี จุดเด่นคือเล่นสงกรานต์ช่วง "กลางคืน" ของเช้าวันที่ 12 เม.ย.ไปจนถึงเช้าวันที่ 13 เม.ย.เลยทีเดียวบนทะเลสาบทุ่งนาเชย ใครชอบบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์แปลกแหวกแนวใหม่น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวัง
ภาคกลาง ถนนข้าวสุก อ.วิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง ถือว่าเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ของคนภาคกลางผู้รู้จักและนิยมไปเล่นสงกรานต์เป็นจำนวนมาก โดยไฮไลน์ของงานปีนี้เน้นเล่นสาดน้ำสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ ไม่ให้เล่นเกินกรอบและอนาจารหากพบเห็นลงโทษเด็ดขาด เช่นเดียวกับ ถนนข้าวเปลือก จ.กาญจนบุรี เปิดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์นานาชาติเพราะให้ชาวไทย ฝรั่ง พม่า และมอญ เล่นสาดน้ำกันสนุกสนานสุดขั้ว แต่หากยังไม่หน่ำใจก็ไปเล่นต่อที่สงกรานต์ถนนข้าวแกง อ.คลองสาม จ.ปทุมธานี รวมทั้งถนนข้าวแช่ จ.เพชรบุรีและถนนข้าวหมูแดง จ.นครปฐม รับรองไม่ผิดหวัง
ขณะที่ถนนข้าวภาคเหนือคึกครื้นไม่แพ้ภาคอื่นคลื่นมนุษย์ต่างหลั่งไหลไปเที่ยวเป็นจำนวนมากไม่แพ้กัน ประกอบด้วย ถนนข้าวแต๋น อ.เมือง จ.น่าน ถนนข้าวปุก อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ถนนข้าวแคบ อ.เมือง จ.ตาก ถนนยอดข้าว อ.แม่สอด จ.ตาก ถนนข้าวขนมเส้น จ.แพร่ และถนนข้าวโพด อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
ส่วนภาคใต้ ก็มีถนนข้าวด้วยเช่นกันคือ ถนนข้าวยำ จ.ปัตตานี แม้ว่าสถานการณ์ความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ แต่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนก็ยังคงเดินหน้าจัดงานสงกรานต์เพื่อให้ประชาชนได้สนุกสนานเหมือนกับชาวไทยทั่วประเทศโดยปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้วปีนี้อีกทั้งมีการพัฒนาการเล่นใหญ่ยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปี เฉพาะความยาวของอุโมงค์น้ำพรุเดิมแค่ 100 เมตร ปีนี้พัฒนาให้ยาวเป็น 200 เมตรท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด
เย็นทั่วหล้า...มหาสงกรานต์ ปีนี้ใกล้ที่ไหนไปเที่ยวที่นั่น สำคัญสาดน้ำเล่นสงกรานต์อย่างดีสติ เลี่ยงดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพราะเมาแล้วจะเล่นสงกรานต์แบบขาดสติก่อเหตุทะเลาวิวาทจนกลายเป็นสงกรานต์เลือด...!!!
ชายแดนบูมสงกรานต์สีสันสู่อาเซียน
เทศกาลเย็นทั่วหล้า...มหาสงกรานต์ ตามหัวเมืองใหญ่สนุกสานหลากหลายกิจกรรมความบันเทิงทั้งปาร์ตี้โฟมและคอนเสิร์ตชื่อดังของเมืองไทยมาสร้างความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวไม่แพ้ถนนข้าวตระกูลต่างๆ เช่น เชียงใหม่ สุโขทัย หาดใหญ่ ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา บุรีรัมย์ และ นครราชสีมา ปีนี้ยังคงเน้นจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ ส่วนกลุ่มจังหวัดชายแดนไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่น้อยหน้ากระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซีย หรือ เออีซี มาแรง จัดงานเย็นทั่วหล้า..มหาสงกรานต์สีสันสู่อาเซียนสองวัฒนธรรมอย่างยิ่งใหญ่อลังการ
กลุ่มชายแดนภาคตะวันออก สีสันของงานสงกรานต์ครั้งนี้อยู่ที่บริเวณชุมชนบ้านหาดเล็ก หมู่ 4 ต.หาดเล็ก อ.เมือง จ.ตราด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 เม.ย. ประเพณีสงกรานต์สองวัฒนธรรมระหว่างชาวจ.ตราดและชาวจ.เกาะกง ของกัมพูชา ภายใต้แนวคิดประเพณีสงกรานต์สองวัฒนธรรมไทย-กัมพูชาสีสันสู่อาเซียน เปิดด่านถาวรบ้านหาดเล็กให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวกัมพูชาสาดน้ำกันตั้งแต่เช้าวันที่ 13 เม.ย.ไปถึงเวลา 24.00 น.
ส่วนชายแดนภาคเหนือมนต์เสน่ห์ของงานอยู่ที่“แม่สอด-เมียวดี มิดไนท์สงกรานต์” ระหว่างวันที่ 13-14 เม.ย. โดยฝ่ายจัดงานทั้งไทยและพม่าได้เนรมิตรเวทีการแสดง 2 แห่ง คือ ที่บริเวณถนนด้านหน้า 4 แยกตัดผ่านถนนอินทรคีรีกับถนนบายพาส และบริเวณถนน 4 แยกหน้าโรงแรมเซ็นทาร่าแม่สอดฮิลล์รีสอร์ท
เวทีแรกเป็นเวทีกลางการแสดงของศิลปิน พร้อมทำพิธีเปิดและรดน้ำดำหัว - ปาร์ตี้โฟม อุโมงค์น้ำ การจำหน่ายเครื่องดื่มสินค้า ของผู้สนับสนุนในการจัดงาน ส่วนเวทีที่ 2 เป็นเวทีของการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน การแสดงของชุมชน การเล่นน้ำ ประแป้ง และดนตรี
ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สีสันของงานเทศกาลสงกรานต์สองฝั่งโขง 4 แผ่นดิน อินโดจีน ไฮไลน์ของงาน คือ ไลต์แอนด์ซาวนด์ระบำน้ำพุกลางลำน้ำโขงสุดอลังการ ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. ณ บริเวณตลาดอินโดจีน จ.มุกดาหาร ช่วงกลางวันจะมีกิจกรรมเล่นน้ำ ปาร์ตี้โฟม บนถนนสายน้ำในอุโมงค์น้ำที่ยิ่งใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์บนหาดทรายริมฝั่งลำน้ำโขง ส่วนภาคกลางคืนจะมีการประกวดธิดาสงกรานต์ 4 แผ่นดิน พร้อมเวทีการแสดงของเหล่าศิลปินดังมากมาย ชมการจุดพลุไฟ ตะไลเพลิง
การแสดงไลต์แอนด์ซาวนด์ระบำน้ำพุกลางลำน้ำโขงที่ยิ่งใหญ่มโหฬารในภาคอีสานที่มีความสูงกว่า 70 เมตร การแสดงทุกชุดเน้นความยิ่งใหญ่อลังการเพื่อแสดงถึงศักยภาพของจ.มุกดาหารประตูเมืองชายแดนหน้าบ้านของประเทศไทย
อย่างไรก็ตามถ้าหากนักท่องเที่ยวยังเล่นสาดน้ำสงกรานต์ไม่อิ่มหน่ำใจก็สามารถไปเล่นต่อได้ที่ ‘งานวันไหลพัทยา’วันที่ 19 เม.ย.ซึ่งปีนี้เมืองพัทยา ร่วมกับ หน่วยงานภาคเอกชนและชมรมต่างๆจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา.







