posttoday
ศก.มังกรซึมยาวส่อลดเงินหยวนสู้

ศก.มังกรซึมยาวส่อลดเงินหยวนสู้

11 เมษายน 2557

ออกมาย้ำกันให้เห็นชัดๆ ณ ตรงนี้เลยว่า ปีนี้คงจะเป็นปีที่ใครต่อใครก็ไม่อาจหวังพึ่งพาการเติบโตของเศรษฐกิจจีนได้อีกแล้ว

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

ออกมาย้ำกันให้เห็นชัดๆ ณ ตรงนี้เลยว่า ปีนี้คงจะเป็นปีที่ใครต่อใครก็ไม่อาจหวังพึ่งพาการเติบโตของเศรษฐกิจจีนได้อีกแล้ว หลังจากที่ตัวเลขส่งออกและนำเข้าแดนมังกรในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หดตัวลงอย่างรุนแรง โดยตัวเลขนำเข้าลดลงถึง 11.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือที่ 1.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การส่งออกลดลงถึง 6.6% ที่ 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

นับเป็นตัวเลขที่แสดงผลออกมาได้อย่างน่าผิดหวังต่อเนื่อง เพราะเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จีนก็เพิ่งจะประสบปัญหาขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี ที่ 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตัวเลขอื่นๆ ทั้งดัชนีภาคการผลิตพีเอ็มไอ ผลผลิตอุตสาหกรรม ใน 2-3 เดือนที่ผ่านมา ต่างก็ล้วนแสดงผลออกมาได้ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้เกือบทั้งหมด

ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มออกมามองแล้วว่า การขยายตัวเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกปีนี้อาจขยายตัวต่ำสุดในรอบห้าปีที่ 7.3%

และหากว่ารัฐบาลยังไม่เร่งงัดมาตรการใดๆ ออกมารับมือกับภาวะการชะลอตัวเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2014 นี้ ก็เชื่อว่า จะทำให้การขยายตัวจีดีพีทั้งปีนี้ร่วงลงมาอยู่ในจุดต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลตั้งเอาไว้ที่ 7.5%

โดยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่า ในปีนี้เศรษฐกิจแดนมังกรอาจขยายตัวได้เพียงแค่ 7.3% เท่านั้น ตรงข้ามกับปี 2010 ที่โตได้ถึง 10.5% และปี 2011 ที่ 9.3%

โอกาสที่จีนจะชะลอตัวลงมาตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้หรืออาจต่ำกว่านั้นเป็นได้สูงทีเดียว เพราะล่าสุดนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีนได้ออกมาประกาศอย่างเสียงดังฟังชัดในเวทีที่ประชุมบนเกาะไห่หนานว่า รัฐบาลไม่มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อรองรับกับการชะลอตัวเศรษฐกิจในปัจจุบันแต่อย่างใด

ขณะที่ก่อนหน้านั้น เมื่อต้นเดือน มี.ค. หลี่เค่อเฉียง ก็เคยกล่าวในที่ประชุมสภาประชาชนจีนแล้วว่าอาจจะยอมให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจโตต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ได้ โดยให้เหตุผลว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเลข แต่อยู่ที่การพัฒนาความกินดีอยู่ดี การทำให้ประชาชนมีงานทำมากกว่า

นับเป็นสัญญาณชัดเจนที่ถูกส่งออกมาจากปากผู้มีอำนาจแล้วว่าถัดจากนี้ไป จะไม่ได้เห็นการเติบโตของจีนที่หวือหวาเหมือนในอดีตอย่างแน่นอนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแดนมังกรได้เริ่มเดินหน้าเข้าสู่โหมดปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเต็มตัว เพื่อมุ่งหมายให้จีนก้าวมาสู่ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพิงอยู่กับการบริโภคภายใน และให้กลไกตลาดเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจากเดิมที่มุ่งแต่ส่งออกและการลงทุนเป็นหลัก

สัญญาณการเดินหน้าปฏิรูปอย่างจริงจังได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อจีนยอมปล่อยให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ในผลิตภัณฑ์หุ้นกู้ของบริษัท เฉาลี่ ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในนครเซี่ยงไฮ้ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บนแผ่นดินมังกรเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างบทเรียนสั่งสอนนักลงทุนและผู้ออกขายผลิตภัณฑ์การเงินผ่านระบบสถาบันการเงินนอกภาคธนาคาร (ชาโดว์แบงก์) ให้รู้จักบริหารจัดการความเสี่ยงในการลงทุนมากขึ้น

ไม่ใช่มัวแต่หวังไปตายเอาดาบหน้าอยู่ท่าเดียว เพียงเพราะหวังอยู่แค่ว่า ถึงอย่างไรรัฐบาลก็จะเข้ามาอุ้มเหมือนในอดีต ซึ่งถือเป็นการสร้างนิสัยการลงทุนและใช้ทรัพยากรแบบผิดๆ มาโดยตลอด

จนกลายเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้จีนต้องเผชิญกับปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพในตลาดผลิตภัณฑ์การเงินในปริมาณที่สูงมากในปัจจุบัน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ปริมาณหนี้สินทั้งหนี้รัฐบาล หนี้เอกชน หนี้รัฐบาล ท้องถิ่น รวมถึงหนี้ในผลิตภัณฑ์การเงินที่ออกขายผ่านทางนอกระบบภาคธนาคาร (ชาโดว์แบงก์) มีมากกว่า 200% ของจีดีพีทั้งประเทศ ขณะก่อนปี 2008 ยังมีระดับอยู่ที่ 125% เท่านั้น

จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันรัฐบาลจีนจะพยายามหาทางควบคุมไม่ให้ปริมาณหนี้ขยายตัวไปมากกว่านี้ พร้อมกับออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์การเงินการลงทุนบางตัวอาจปล่อยให้กลายเป็นหนี้เสียไป เพื่อสร้างวินัยในการลงทุนและการใช้ทรัพยากร

ถึงกระนั้น แม้ว่าการหันมาคุมเข้มกับตลาดการเงินจีนจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ในระยะสั้นเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจแดนมังกรซบอย่างหนักแน่นอน

เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า การขยายตัวที่ร้อนแรงในระดับทะลุเลขสองหลักของจีนเป็นผลโดยตรงมาจากการโหมกระตุ้นผ่านการลงทุน ของกลุ่มบริษัทเอกชนและรัฐบาลท้องถิ่น โดยเงินทุนที่นำมาลงทุนต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนได้มาจากการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยผ่านการตั้งบริษัทตัวกลางขึ้นมาออกขายผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ เพื่อเร่งระดมทุนใช้ในการลงทุนสร้างสิ่งปลูกสร้างและโครงการต่างๆ โดยสัญญาว่าจะจ่ายผลตอบแทนสูงในการล่อใจนักลงทุน

ขณะเดียวกัน การปล่อยให้ผลิตภัณฑ์การเงินบางส่วนกลายเป็นหนี้เสียและปล่อยให้บางบริษัทล้มลงเพื่อสร้างบทเรียนในการลงทุนอย่างระมัดระวัง ก็อาจกลายเป็นปัจจัยที่ให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินและเศรษฐกิจจีนได้

เนื่องจากนักลงทุนและประชาชนจะพากันหวั่นเกรงว่าสิ่งที่ตนเองลงทุนไปอาจขาดทุนและไม่ได้รับเงินกลับคืน ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วก็เพิ่งเกิดปัญหาประชาชนในเมืองหยานเฉินในมณฑลเจียงซู แห่กันไปถอนเงินออกจากธนาคารในเมืองดังกล่าว หลังจากเกิดข่าวลือว่าธนาคารดังกล่าวจะล้มละลายในเร็วๆ นี้ และรัฐบาลจะไม่เข้าไปอุ้ม

ผลพวงจากความหวั่นเกรงว่า เศรษฐกิจจีนอาจจะชะลอตัวลงอย่างหนักซึ่งเป็นผลมาจากการเดินหน้าอัดยาขมปฏิรูปนี้เอง ทำให้หลายฝ่ายเริ่มวิตกกันว่า จีนอาจหันมาใช้เครื่องมืออื่นๆ เพื่อค้ำยันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากจนเกินไป โดยทุกฝ่ายกำลังจับตามองไปที่การกดค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลงกว่าความเป็นจริง

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมค่าเงินหยวนของจีนจากที่เคยแข็งค่าขึ้นมาตลอด ถึงได้อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อ่อนค่าลงมาแล้วมากกว่า 2.5% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันอยู่ที่ 6.20 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ

แม้ว่าจีนจะอธิบายปรากฏการณ์ค่าเงินอ่อนยวบลงอย่างหนักว่าเป็นผลจากการมุ่งแทรกแซงเพื่อลงโทษนักเก็งกำไรค่าเงินและทดสอบการเปลี่ยนแปลงค่าเงิน โดยเฉพาะเมื่อจีนได้ขยายช่วงการเปลี่ยนแปลงขึ้นลง (แบนด์) ของเงินหยวนในแต่ละวันมาอยู่ที่ 2% แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าจีนกำลังกดค่าเงินเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจของตนเองมากกว่า

โดยเฉพาะการกอบกู้ภาคส่งออกให้กลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้ง หลังจากที่การส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 2 เดือนติดต่อกัน

ความกังวลต่อการกดค่าเงินหยวนไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริงเลย เพราะล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการคลังของสหรัฐรายหนึ่งได้ออกมาเตือนผ่านหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์แล้วว่า จีนอย่าได้หันกลับไปใช้วิธีการกดค่าเงินของตนเองเพื่อกอบกู้ภาคส่งออกและวิธีการดังกล่าวจะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก

เพราะหวั่นว่าการกดค่าเงินหยวนของจีนจะไปแย่งความต้องการซื้อสินค้าของประเทศอื่นๆ ลง ถือเป็นการซ้ำเติมภาวะเงินฝืดของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างในยูโรโซนให้เลวร้ายมากขึ้น และท้ายที่สุดอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐต้องสะดุดลง

ฉะนั้น จึงต้องจับตาเป็นอย่างยิ่งสำหรับสถานการณ์ของเงินหยวนจีน เพราะท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวอย่างหนักเช่นนี้ การลดค่าเงินหยวนจึงดูจะเป็นความหวังไม่กี่ตัวที่จีนพอจะพึ่งพาได้

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา