
ไปกันใหญ่
ดูเหมือนว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเริ่มที่จะฉุดไม่อยู่ อย่างในตัวเลขเศรษฐกิจของจีนล่าสุดในเดือน มี.ค. ก็ปรากฏว่าตกลงทั้งตัวเลขการส่งออกและนำเข้า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยตัวเลขการส่งออกร่วงลงไป 6.6% และตัวเลขการนำเข้าสินค้าลดลง 11.3%
ดูเหมือนว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเริ่มที่จะฉุดไม่อยู่ อย่างในตัวเลขเศรษฐกิจของจีนล่าสุดในเดือน มี.ค. ก็ปรากฏว่าตกลงทั้งตัวเลขการส่งออกและนำเข้า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยตัวเลขการส่งออกร่วงลงไป 6.6% และตัวเลขการนำเข้าสินค้าลดลง 11.3%
ที่ผ่านมา ทางการจีนค่อนข้างลังเลที่จะงัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรออกมาอย่างจริงจังนัก เพราะรู้ดีว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน การชะลอตัวย่อมเป็นเรื่องธรรมดาของจีนครับ แต่ดูทรงแล้ว ต้องบอกว่าจีนกำลังชะลอตัวยาวนานไป อย่างในรายงานของเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น มันนี่ ซึ่งทำการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ต่างก็บอกว่าเศรษฐกิจจีนจะโตได้แค่ 7.3% เท่านั้นครับ ซึ่งถือว่าต่ำมากที่สุดในรอบ 5 ปีทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าตัวเลขการนำเข้าส่งออกของจีนได้สะท้อนให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของจีนเอง ที่ต้องการหันมาพึ่งการบริโภคภายในเองมากขึ้นนั้นก็ไม่ค่อยจะเข้าเป้าเสียด้วย
โดยที่ตัวเลขการนำเข้านั้นกลับร่วงลงมากกว่าตัวเลขการส่งออกเสียอีก นั่นอาจจะเป็นสาเหตุมาจากค่าเงินหยวนที่ถูกทางการจีนแทรกแซงอย่างเฉียบพลันในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้เงินหยวนอ่อนยวบกันลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้พลังการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวจีนอ่อนแรงลงไปด้วย
หากวิเคราะห์กันถึงปัจจัยที่เพราะเหตุใดเศรษฐกิจของจีนจึงลดความร้อนแรงลงกันได้มากขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนกำลังสูญเสียความเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศผู้ลงทุนไปมากพอสมควรครับ
อย่างเช่นสหรัฐ ก็มีนโยบายชัดเจนที่จะดึงให้บริษัทเอกชนของตนย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ เพื่อไปกระตุ้นการจ้างงานและเศรษฐกิจภายในของสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ ยุโรปก็มีเสียงเรียกร้องให้ย้ายฐานการผลิตกลับภูมิภาคเช่นเดียวกัน เพื่อกระตุ้นตลาดแรงงานที่ซบเซามานาน
ส่วนญี่ปุ่นนั้น การลงทุนในจีนมีปัญหาจากกระแสการต่อต้านญี่ปุ่นในจีนมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นพิจารณาย้ายฐานไปยังที่อื่นแทน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ครับ อย่างเมื่อปีที่แล้ว ยอดการลงทุนจากต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนโดยรวมทั้งหมดก็แซงหน้าจีนไปแล้วเช่นกัน
ปัญหานี้น่าจะเป็นสิ่งท้าทายคณะผู้ปกครองจีนชุดปัจจุบันไม่น้อยทีเดียวครับ การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของจีนยากแล้ว ปัญหานี้ยิ่งจะทำให้การชะลอตัวของจีนหนักหนาสาหัสขึ้นไม่มากก็น้อยแน่นอน







