
โดมิโนเอฟเฟกต์
กลายเป็นสถานการณ์ที่ลุกลามออกไปอย่างห้ามไม่อยู่แล้ว กับกระแสการขอแยกตัวออกจากประเทศแม่อย่างยูเครน ของบรรดาเมืองต่างๆ ในด้านทิศตะวันออกของประเทศ เนื่องจากเมืองเหล่านี้ใช้ภาษารัสเซียเป็นหลักและที่มากกว่านั้นเป็นประชากรเชื้อสายรัสเซียทั้งนั้น
กลายเป็นสถานการณ์ที่ลุกลามออกไปอย่างห้ามไม่อยู่แล้ว กับกระแสการขอแยกตัวออกจากประเทศแม่อย่างยูเครน ของบรรดาเมืองต่างๆ ในด้านทิศตะวันออกของประเทศ เนื่องจากเมืองเหล่านี้ใช้ภาษารัสเซียเป็นหลักและที่มากกว่านั้นเป็นประชากรเชื้อสายรัสเซียทั้งนั้น
อย่างสถานการณ์ที่เมืองโดเนสก์อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของอดีตประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช นั้นก็รุนแรงมากขึ้นทุกที กลุ่มไอ้โม่งซึ่งติดอาวุธส่วนใหญ่เป็นระเบิดขวดและปืนยาว เข้าบุกยึดอาคารราชการเรียกร้องขอแยกตัวออกจากยูเครนและขอไปรวมกับรัสเซีย
กลายเป็น “ไครเมียโมเดล” ที่ทำให้ยูเครนและบรรดามหาอำนาจตะวันตกไปไม่เป็นครับ ทำได้อย่างดีที่สุดก็คือการกล่าวหาว่า รัสเซียอยู่เบื้องหลังยุแหย่ให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้น
อนาคตของยูเครนถือว่าอยู่บนปากเหวอย่างยิ่งที่เสี่ยงต่อภาวะสงครามกลางเมือง เนื่องจากชัดเจนว่าประเทศนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน ฝั่งตะวันออกนิยมรัสเซีย ฝั่งตะวันตกนิยมตะวันตก ถ้าหากรัฐบาลใหม่ยูเครนจัดการปัญหานี้ไม่ได้ ใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหาก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่สงครามกลางเมืองจะปะทุได้
เรียกได้ว่าจะเข้าทางรัสเซีย โดยที่รัสเซียไม่ต้องออกแรงแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้วิธีกระตุ้นให้เกิดความแตกแยกจากภายในเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากเลวร้ายลงที่สุด สงครามกลางเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นก็อาจจะกลายเป็นสงครามตัวแทนระหว่างรัสเซียและตะวันตกก็เป็นได้
และจะกลายเป็นสงครามเย็นยุคใหม่ ที่ไม่มีใครต้องการครับ
ขณะเดียวกันการแยกตัวออกจากยูเครนของไครเมียและความพยายามแยกตัวของเมืองอื่นๆ ในยูเครนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นโมเดลและกลายเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์ ให้กระแสการ “แยกตัว” เช่นนี้เกิดขึ้นในที่อื่นๆ ทั่วโลกด้วย
อย่างเช่นในกรณีจีน แน่นอนว่าจีนยืนหยัดในนโยบายไม่แทรกแซงในกิจการภายในของชาติอื่นก็ตาม แต่กระนั้นก็จะเห็นได้ว่า จีน “เงียบ” ผิดปกติอย่างมากสำหรับกรณีความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและโลกตะวันตกในครั้งนี้
นั่นเป็นเพราะว่าสถานการณ์การแยกตัวในไครเมียและในเมืองอื่นๆ ของยูเครนนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องดีต่อจีนนัก ที่มีทั้งชะนักติดหลังอยู่ทั้งกรณีของทิเบตหรือเขตปกครองตนเองซินเจียง ที่พร้อมปะทุขึ้นมาเรียกร้องขอแยกตัวออกจากจีนได้ทุกเมื่อ
งานนี้จึงน่าจะเป็นสงครามระหว่างพันธมิตรโลกตะวันตก โดยมีสหรัฐ และนาโตเป็นพี่ใหญ่ ส่วนรัสเซียก็ตัวคนเดียว แต่ดูเหมือนว่าจะสู้ไม่ถอยครับ







