
แก้ก่อนเกิดวิกฤต
เพียงไตรมาสแรกของปีนี้ หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ พากันทบทวนตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ลงกันทั่วหน้า โดยเฉลี่ยให้เป้าหมายจีดีพีของไทยในปีนี้ไว้ 1.83%
เพียงไตรมาสแรกของปีนี้ หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ พากันทบทวนตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ลงกันทั่วหน้า โดยเฉลี่ยให้เป้าหมายจีดีพีของไทยในปีนี้ไว้ 1.83%
ตัวเลขดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญลดลงหมดทุกด้าน ทั้งการบริโภค การลงทุนของภาครัฐและเอกชน มีเพียงตัวเลขการส่งออกเท่านั้นที่ยังดูไม่เลวร้ายมากนัก เป็นไปตามสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ภาคเอกชนรวมพลังกันเรียกร้องต่อรัฐบาลและข้าราชการประจำให้หันมาช่วยกันผลักดันการส่งออก ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ได้
ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ที่จะต้องเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญช่วยผลักดันการส่งออกก็เพราะการส่งออกเป็นสิ่งเดียวที่จะได้รับผลกระทบจากการเมืองน้อยที่สุด ไม่เกี่ยวกับการมีรัฐบาลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อในต่างประเทศมากกว่า
เหตุผลอีกประการหนึ่งที่เอกชนเรียกร้องให้ใช้การส่งออกค้ำเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ ก็เพราะเห็นว่าอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ 3% ในขณะนี้ยังไม่สร้างปัญหาการว่างงานมากนัก สภาพการจ้างงานทั่วไปยังดี
แต่หากปล่อยให้เศรษฐกิจหดตัวลงไปต่ำกว่า 3% แตะระดับ 12% จะเกิดปัญหาการว่างงานทันที และจะเป็นปัญหาใหญ่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวยาก และตามมาด้วยปัญหาสังคมที่จะมีการจี้ปล้นมากขึ้น
สิ่งที่ภาคเอกชนเรียกร้องนั้น ไม่เกินความสามารถของรัฐและเอกชนที่จะทำได้ เพียงต้องตั้งใจทุ่มเทและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเป็นงานประจำที่ข้าราชการต้องทำอยู่แล้ว โดยใช้แขนขาที่มีอยู่แล้วเข้ามาช่วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ต้องช่วยกันขจัดปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก ช่วยกันอธิบายและหาตลาดใหม่ให้สินค้าไทยส่งออกไปขายได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็เอาเวลาไประบายข้าวออกจากโกดังอย่างเดียว จนไม่เป็นอันทำงานด้านอื่น ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ เจ้ากระทรวง รมว.ต่างประเทศ ก็ทำหนังสือเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. สถาปนาขึ้นมา ส่งให้กับประเทศต่างๆ ฟ้องต่างชาติว่าประเทศไทยกำลังไม่เป็นประชาธิปไตย โดยไม่ได้คิดว่าจะเอาเวลาไปช่วยเหลือขยายตลาดการค้าแต่อย่างไร
หากทุกคนยังคงวางเฉยรอดูทิศทางลมว่าการเมืองจะไปทางไหน คงไม่แคล้วเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต







