posttoday
กระตุกจราจรกู้ภาพลักษณ์ สร้างวินัยบนท้องถนน

กระตุกจราจรกู้ภาพลักษณ์ สร้างวินัยบนท้องถนน

10 เมษายน 2557

ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะไม่ปฏิบัติไม่เคารพกฎจราจรที่บังคับใช้เพื่อท้องถนนที่ปลอดภัย

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะไม่ปฏิบัติไม่เคารพกฎจราจรที่บังคับใช้เพื่อท้องถนนที่ปลอดภัย ปัญหาก็พอกพูนเป็นเงาตามมา หน้าที่จัดการบริหารการจราจรในกรุงเทพฯ อีกทั้งบังคับใช้ฎหมายให้เคร่งครัดต้องมาอยู่ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ที่มารับตำแหน่งได้ราว 6 เดือนเศษ และแม้จะผุดหลายโครงการออกมา แต่ปัญหาบางอย่างก็ยังคงไม่คลี่คลาย

พล.ต.ต.จิรสันต์ สะท้อนมุมมองของการจราจรเมืองหลวง โดยไม่ได้มองว่าผู้ขับขี่ไร้วินัยไปทั้งหมดถึงได้เกิดปัญหา แต่มองว่าตำรวจเองก็ยังคงทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ปัญหาการจราจรจึงยังพอกพูน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องกระตุกตำรวจจราจรเมืองกรุงให้กระฉับกระเฉงพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ให้ได้มากที่สุด

“ผู้บังคับบัญชากระดับสูงก็มองปัญหาในทิศทางเดียวกัน เพราะนอกจากจะบังคับใช้กฎหมายจราจรในกรุงเทพฯ ให้เข้มแล้ว กำลังตำรวจก็ต้องเป็นหนึ่งเดียวในการแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วย ทั้งจราจรท้องที่ 88 สน. และของบก.จร.เอง เพราะที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของตำรวจจราจรถือว่าไม่ดี เป็นจุดบอดของสังคมก็ว่าได้ ดังนั้นก็ต้องมาปรับปรุงปรับเปลี่ยนกันใหม่” พล.ต.ต.จิรสันต์ เล่า

ผบก.จร. ขยายความว่า ภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจจราจรสามารถกระทำได้ทั้งจากการปฏิบัติและแต่งกาย โดย บก.จร. มุ่งเน้นในส่วนงานถวายความปลอดภัย เน้นโครงการพระราชดำริเป็นอันดับแรก ถัดมาตำรวจจราจรต้องแต่งกายที่ดีเพื่อเสริมภาพลักษณ์และการปฏิบัติก็ต้องขยันทั้ง 7 วัน เพราะถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อมีอุบัติเหตุก็ต้องวางแผนรีบเคลียร์พื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อลดการสูญเสียซ้ำซ้อน

ในส่วนการตั้งด่านตรวจของตำรวจจราจรนั้น พล.ต.ต.จิรสันต์ ย้ำว่ามีนโยบายชัดเจนจากผู้บังคับบัญชาว่าหากรถติดขัดในช่วงนั้น หรือเส้นทางที่ตั้งด่านอยู่นั้นต้องให้ยกเลิกด่านตรวจทันทีและให้เร่งระบายรถแทน โดยทั้งหมดก็ทำเพื่อให้ตำรวจจราจรมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นมาจากเดิม เพราะแต่ก่อนนั้นสังคมมองตำรวจไม่ดีเอาเสียเลย ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่ต้องแก้ไข

กระนั้น ในส่วนเรื่องของวินัยจราจรก็ใช่ว่าจะไม่มีความสำคัญ โดย พล.ต.ต.จิรสันต์ ยืนยันว่า บนท้องถนนถือเป็นการวัดวินัยของคนเหมือนกัน หากผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎ มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทางก็สะท้อนตัวตนของบุคคลนั้นเอง

“อย่างเมาแล้วขับ ผู้ขับขี่ก็รู้ถึงผลที่ตามมาอยู่แล้วว่ามันอันตรายแค่ไหน แต่เมื่อรู้บางคนก็ไม่ปฏิบัติตาม หรือไม่หักห้ามใจตัวเอง ตำรวจก็ต้องหามาตรการหาทางมาช่วยเหลือ เราทำถึงขนาดที่ว่าเอาเครื่องวัดแอลกอฮอล์ไปตั้งหน้าผับแล้ว เพื่อวัดปริมาณให้ว่าคุณเมาแค่ไหน ขับรถได้หรือไม่ หากเกินก็ยังไม่จับแต่แนะนำให้จอดรถทิ้งไว้แล้วกลับแท็กซี่แทน แต่ก็ยังมีคนหัวหมอไปจ้างคนขับแท็กซี่มาขับรถให้ผ่านด่านเข้าไปอีก อย่างนี้ถือว่าไม่มีวินัยและอันตรายมาก”

ผบก.จร. ย้ำอีกว่า เข้าใจดีว่าสุราเป็นของคู่กันกับคนไทย แต่คนไทยก็มีความรับผิดชอบเช่นกัน รู้ในสิ่งที่ผิดที่ถูก วินัยการจราจรบนท้องถนนก็ไม่ต่างกันกับความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติ ดังนั้นต้องสะท้อนกลับมายังตัวเองว่ามีความรับผิดชอบบนท้องถนนต่อกันหรือไม่ เมื่อตำรวจหันมามองตัวเองแล้วด้วยการปรับปรุงใหม่ ผู้ขับขี่ก็ต้องทำเหมือนกัน

พล.ต.ต.จิรสันต์ ทิ้งท้ายว่า ความผิดจราจร 13 ข้อหาหลัก ซึ่งเป็นข้อหาที่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมักจะกระทำผิดมากที่สุด ตำรวจก็ยังเคร่งครัดกวดขันอยู่ ทั้ง 1.จอดรถในที่ห้ามจอด 2.จอดรถซ้อนคัน 3.จอดรถบนทางเท้า 4.ขับรถบนทางเท้า 5.แซงรถในที่สาธารณะ 6.ขับรถย้อนศร 7.ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง 8.เมาแล้วขับ 9.ไม่คาดเข็มขัด 10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ 11.แซงรถในที่คับขัน 12.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และ 13.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด

“ทั้งหมดเป็นปัญหาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ตำรวจมาวิเคราะห์แล้วจำเป็นต้องบังคับใช้อยู่อย่างต่อเนื่องและให้เข้มข้น ยิ่งเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้แม้ว่ากรุงเทพฯ จะเงียบเหงา เพราะมีประชาชนบางส่วนทยอยออกต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นภาระที่เบาบางลง เพราะยิ่งถนนโล่งคนก็ยิ่งประมาทใช้ความเร็วเลินเล่อ ดังนั้นตำรวจก็จะเข้มวินัยจราจรไม่หยุดเช่นกัน เพราะตำรวจทำงานไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว” ผบก.จร. กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI