
กกต.คาด 29 เม.ย.รับรองผลส.ว.ล็อต 2
สมชัยคาด29เมย.ประกาศรับรองผลสว.ล็อต2เผยกทม.มี4เรื่องร้องคัดค้าน จ่อนำข้อสรุปร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ชง73พรรครับทราบ 22เม.ย.
สมชัยคาด29เมย.ประกาศรับรองผลสว.ล็อต2เผยกทม.มี4เรื่องร้องคัดค้าน จ่อนำข้อสรุปร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ชง73พรรครับทราบ 22เม.ย.
เวลา 09.15 น.วันที่ 9 เม.ย.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า สาเหตุที่กกต. ยังไม่การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) ใน 19 จังหวัด เนื่องจากบุคคลที่ได้รับคะแนนสูงสุดมีเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งเข้ามา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด(กกต.จังหวัด) จะต้องสืบสวนสอบสวนของเท็จจริงก่อนส่งมาให้กกต.กลางพิจารณา เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานพบว่าร้องเรียนบางเรื่องไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ต้องพิจารณาวินิจฉัย เช่น กรณีติดตั้งป้ายหาเสียงเกินเวลา ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเป็นการติดตั้งเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะปกติป้ายหาเสียงจะติดตั้งทอดเวลายาวไปจนหลังวันเลือกตั้ง และกรณีผู้สมัครใช้รูปถ่ายในอดีตมาสมัครและหาเสียง ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในตัวผู้สมัครว่ายังมีอายุน้อย ซึ่งไม่ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ ทั้งนี้ คาดว่ากกต. จะสามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. ที่เหลือได้ช้าสุดไม่น่าจะเกินวันที่ 29 เมษายน แต่เชื่อว่าจะไม่ทันการเปิดประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) นัดแรกในวันที่ 18 เมษายน นี้ อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากกต.จะต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ว.ที่เหลือภายใน 30 วัน แต่หากสอบสวนข้อร้องเรียนยังไม่ได้ข้อยุติทางกกต.ก็ต้องประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อน จากนั้นก็จะมาพิจารณาภายในกรอบ 1 ปี โดยส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยส่วนข้อร้องเรียนผู้สมัครในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขณะนี้มีจำนวน 4 เรื่อง โดยกกต.กทม.ก็จะต้องเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง
นายสมชัย กล่าวว่า ส่วนการประชุมร่วมกับพรรคการเมืองในวันที่ 22 เมษายน นี้ กกต.จะนำข้อสรุปจากการประชุมร่วมกับทางกองทัพและฝ่ายความมั่นคงเสนอต่อที่ประชุมพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อหารือกับพรรคการเมืองแล้ว จะนำข้อสรุปจากทั้งสองฝ่ายไปพูดคุยหารือกับรัฐบาล เพื่อวางกรอบการจัดการเลือกตั้งส.ส. ในเวลาที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะได้พูดคุยกับรัฐบาลได้ภายในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้และต้องออกพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) โดยนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ เบื้องต้น กกต. ได้วางกรอบเวลาการจัดการเลือกตั้งส.ส.ไว้ 3 รูปแบบ หลังมีพระราชกฤษฎีกาจัดการเลือกตั้ง คือ 90 วัน 120 วัน และ 150 วัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากต้องรอการหารือกับรัฐบาล ก่อน เพราะโจทย์สำคัญขณะนี้คือ ทำอย่างให้สังคมเกิดความสงบ ประชาชนมีความพร้อม ไม่มีการคัดค้านการเลือกตั้ง และทำให้สังคมเห็นว่าการเลือกตั้งคือทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้







