posttoday
แลระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่น (19)

แลระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่น (19)

08 เมษายน 2557

ปัญหาเรื่องการลวนลามทางเพศนั้น ไจกามีข้อแนะนำให้ระมัดระวังในเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1) พึงระลึกว่ากรณีต่างๆ เหล่านี้ อาจนำไปสู่ปัญหาการลวนลามทางเพศ ได้แก่ ก) ให้ตระหนักถึงความรู้สึกทุกคนที่อยู่ในสถานฝึกอบรมของไจกาเช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่นทุกคนที่พบปะ ข) อย่าให้มีความคิดใดๆ ที่จะใช้ผู้อื่นเป็น “วัตถุทางเพศ” ค) ปฏิเสธความแตกต่างทางเพศ ทั้งในแง่เหนือกว่าหรือด้อยกว่า ง) ให้ตระหนักถึงปัญหาการกีดกันในเรื่องเพศที่อาจมีอยู่ในสังคม

ปัญหาเรื่องการลวนลามทางเพศนั้น ไจกามีข้อแนะนำให้ระมัดระวังในเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1) พึงระลึกว่ากรณีต่างๆ เหล่านี้ อาจนำไปสู่ปัญหาการลวนลามทางเพศ ได้แก่ ก) ให้ตระหนักถึงความรู้สึกทุกคนที่อยู่ในสถานฝึกอบรมของไจกาเช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่นทุกคนที่พบปะ ข) อย่าให้มีความคิดใดๆ ที่จะใช้ผู้อื่นเป็น “วัตถุทางเพศ” ค) ปฏิเสธความแตกต่างทางเพศ ทั้งในแง่เหนือกว่าหรือด้อยกว่า ง) ให้ตระหนักถึงปัญหาการกีดกันในเรื่องเพศที่อาจมีอยู่ในสังคม

2) พึงระลึกว่าบุคคลที่มีตำแหน่ง เพศสภาพ หรือความเห็นที่ต่างกัน จะมีปฏิกิริยาสนองตอบแตกต่างกันเกี่ยวกับความเห็นและพฤติกรรมทางเพศ พึงเข้าใจด้วยว่า บุคคลที่มีพื้นฐานแตกต่างกันทางด้านสังคม วัฒนธรรม ศาสนา และวัย อาจมีปฏิกิริยาสนองตอบต่อพฤติกรรมดังกล่าวแล้วแตกต่างกันด้วย

3) หากพูดหรือแสดงพฤติกรรมใดๆ ในเรื่องที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศแล้ว มีผู้รู้สึกไม่พอใจหรือไม่สบายใจ ให้หยุด ไม่พูดหรือแสดงพฤติกรรมดังกล่าวซ้ำอีก

4) พึงระลึกว่าบุคคลทั่วไปอาจไม่แสดงออกซึ่งการไม่ยอมรับต่อคำพูดหรือพฤติกรรมของเรา อย่าสรุปว่าการที่ผู้อื่นไม่โต้แย้งแปลว่าเขาไม่ต่อต้าน การแสดงออกโดยการเดินหนีก็เป็นวิธีหนึ่งในการแสดงว่า “ให้หยุด” และ

5) พึงระลึกว่าแม้การกระทำของท่านอยู่ในบริบทของความสัมพันธ์แบบยินยอมพร้อมใจ บุคคลรอบข้างของท่านอาจต่อต้านและต้องเข้าใจด้วยว่าคำพูดหรือการกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นไม่สบายใจ อาจเข้าข่ายการลวนลามทางเพศ ไม่ว่าท่านจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และจะอ้างว่ากระทำเพราะเมามิได้

มีตัวอย่างคำพูดที่เข้าข่ายการลวนลามทางเพศ เช่น 1) การถามถึงขนาด เอว สะโพก 2) การเล่าเรื่องลามก 3) ถามเรื่องประจำเดือนหรืออาการของวัยหมดประจำเดือน 4) ถามประสบการณ์เรื่องทางเพศ 5) ซุบซิบหรือล้อเลียนเรื่องทางเพศ ข) คำพูดที่แสดงการกีดกันทางเพศ เช่น 1) พูดว่า “งานนี้ไว้ใจให้ผู้หญิงทำไม่ได้” “ผู้หญิงมีบทบาทเป็นเครื่องประดับที่ทำงาน” 2) ใช้คำที่แสดงอาการเหยียด เช่น “เจ้าหนู” “ยายหนู” “ตาแก่” “ยายแก่”

การกระทำที่อาจเข้าข่ายการลวนลามทางเพศ ได้แก่ ก) การกระทำที่แสดงความต้องการทางเพศ เช่น 1) ให้ดูรูปโป๊ 2) จงใจอ่านเรื่องโป๊ดังๆ 3) จ้องอวัยวะบางส่วน 4) เซ้าซี้ชวนไปกินข้าวเย็นหรือชวนไป “เดต” 5) โทรศัพท์หรือส่งข้อความหรือส่งอีเมลเรื่องทางเพศ 6) จับต้องร่างกายโดยไม่จำเป็น โดยต้องพึงระลึกว่าการทักทายด้วยการหอมแก้ม โอบกอด โอบไหล่ อาจถือเป็นเรื่องปกติในบางประเทศ แต่สำหรับญี่ปุ่นไม่ใช่ และอาจเข้าข่ายเป็นการลวนลามทางเพศ 7) ถ้ำมอง ข) การกระทำที่แสดงการกีดกันทางเพศ เช่น 1) กำหนดให้งานบางอย่างทำโดยเพศใดเพศหนึ่ง เช่น การเสิร์ฟน้ำชากาแฟ การทำความสะอาด 2) เซ้าซี้ขอร้องเพลงคู่ในคาราโอเกะ 3) จงใจเข้าไปนั่งข้างเพศตรงข้ามในงานเลี้ยง หรือเซ้าซี้ขอเต้นรำด้วย

จะเห็นว่าปัญหาเรื่องการลวนลามทางเพศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และ “ถือ” ไม่เหมือนกันในแต่ละสังคม วัฒนธรรม ปัจจุบันปัญหานี้เป็นเรื่องอ่อนไหวในสังคมญี่ปุ่น ไจกาจึงให้ความสำคัญเรื่องนี้

เรื่องต่อไปที่มีการเน้นคือ การระมัดระวังเรื่องการเคารพในสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะในเรื่องลิขสิทธิ์ ไจกาได้แสดงความเคารพในสิทธิของผู้อื่นเป็นอย่างดี มีการขอความยินยอมจากทุกคน กรณีที่อาจนำรูปถ่ายในการประชุมหรือระหว่างไปดูงานไปใช้เผยแพร่ในที่ต่างๆ เช่น ในเอกสาร แผ่นพับ รายงาน เว็บไซต์ หนังสืออื่นๆ โดยให้ทุกคนลงนามให้ความยินยอมหรือไม่ยินยอมไว้ โดยในเอกสารการแสดงความยินยอมมีคำอธิบายชัดเจนว่าจะนำรูปไปใช้ในกรณีใดบ้าง และระบุชัดเจนว่าจะไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ทางการค้า

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ มีเอกสารให้แต่ละคนพิจารณาเช็กดูเองว่ามีอาการเครียดหรือไม่ โดยมีตัวอย่างอาการที่อาจสะท้อนความเครียดราว 40 อาการ เช่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร เหนื่อยล้า ซึมเศร้า เหงา หวาดกลัว หายใจไม่อิ่ม วิงเวียน คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ฯลฯ พร้อมให้ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และเวลาทำงานของ “ผู้เชี่ยวชาญการผ่อนคลาย” ไว้ด้วย

เรื่องที่พวกเราทุกคนประทับใจมากคือ การมีเจ้าหน้าที่ของไจกาคนหนึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา ซึ่งมาทำหน้าที่อธิบายเกี่ยวกับเรื่องการเงินทั้งในวันแรกและวันสุดท้าย แสดงถึงความ “อารยะ” ของสังคมญี่ปุ่นที่พยายามให้คนพิการได้อยู่ร่วมในสังคมใกล้เคียงคนปกติ เป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน (Inclusive Society) อย่างแท้จริง เจ้าหน้าที่ท่านนี้ เธอมาพร้อมกับสุนัขนำทางที่สะอาดสะอ้านน่ารักและสงบนิ่ง พวกเราบางคนเห็นแล้วอยากเข้าไปจับต้องตัวสุนัข แต่เธอห้ามไว้บอกว่า “ไม่ได้” เพราะสุนัขกำลัง “ปฏิบัติหน้าที่” (On Duty)

ผู้เขียนเห็นสุนัขตัวนี้แล้วนึกถึง “ฮาจิโกะ” ยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ ที่มีการสร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้ที่สถานีรถไฟย่านชิบุยะในกรุงโตเกียว ฮาจิโกะเป็นสุนัขของอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ทุกวันฮาจิโกะจะตามท่านศาสตราจารย์มาส่งที่สถานีรถไฟ และเย็นก็จะมารอรับกลับ ต่อมาท่านศาสตราจารย์ผู้นี้เสียชีวิตและไม่กลับมา ฮาจิโกะยังคงมารอรับอยู่ทุกวัน จนตายจากไป ผู้คนเห็นในความซื่อสัตย์จงรักภักดีของฮาจิโกะ จึงสร้างอนุสาวรีย์รูปฮาจิโกะไว้ที่สถานีรถไฟแห่งนั้น และ ณ บริเวณนั้น ปัจจุบันได้เป็นสถานที่นัดพบของคนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย

การส่งเสริมให้คนพิการได้ทำงานเป็นมาตรฐานทางสังคมที่เป็นสากล เพราะต้องพยายามให้คนพิการสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด การทำงานนอกจากช่วยให้มีรายได้เลี้ยงตัวเองแล้ว ยังมีส่วนสำคัญให้ผู้พิการรู้สึกถึงคุณค่าของตนเอง ประเทศไทยจึงมีกฎหมายกำหนดให้สถานประกอบการต้องจ้างผู้พิการร้อยละ 1 ของคนทำงาน หากไม่จ้างจะต้องส่งค่าจ้างเข้าสมทบกองทุน แต่ปัจจุบันสถานประกอบการต่างๆ ยังจ้างคนพิการตามที่กฎหมายกำหนดน้อยมากทั้งนี้เพราะนอกจากจะต้องหางานที่เหมาะแก่คนพิการ หรือฝึกคนพิการให้เหมาะแก่งานแล้วยังต้องจัดการสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้เอื้อต่อการไปทำงานของคนพิการ ข้อสำคัญยังต้องอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางด้วย ทั้งหมดนี้หากให้เป็นภาระของสถานประกอบการและผู้พิการ ก็เป็นไปได้ยาก จำเป็นที่รัฐต้องเข้าไปลงทุน ดูแล ส่งเสริม และจัดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่สังคมและรัฐที่ดูแต่จะมุ่งส่งเสริมระบบคือมือใครยาวสาวได้สาวเอา และมุ่งตอบสนอง “โลภจริต” เป็นที่ตั้ง จึงเป็นเรื่องที่ภาคประชาสังคมจะต้องไม่ยอมแพ้ เพราะ “โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน...”

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน