
ต้นร้าย...ปลายดี (ตอนจบ)
ตอนที่แล้วเราคุยกันไปแล้วถึงเรื่อง “ต้นร้าย...” หรือเหตุการณ์ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ โดยคุยกันถึงเหตุการณ์ร้ายๆ ไปแล้ว 2 ข้อ วันนี้เราจะคุยกันในเรื่อง “ปลายดี...” หรือเหตุการณ์ดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้อีก 2 ข้อ ดังนี้ครับ
ตอนที่แล้วเราคุยกันไปแล้วถึงเรื่อง “ต้นร้าย...” หรือเหตุการณ์ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ โดยคุยกันถึงเหตุการณ์ร้ายๆ ไปแล้ว 2 ข้อ วันนี้เราจะคุยกันในเรื่อง “ปลายดี...” หรือเหตุการณ์ดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้อีก 2 ข้อ ดังนี้ครับ
สาม ปลายดี...ประเทศไทย
ผมเคยเขียนบทความเรื่อง “วิกฤต... การเมืองไทย โอกาส...ตลาดหุ้นไทย” (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 16 ธ.ค. 2556) ที่ได้กล่าวถึงวิกฤตการเมืองของไทยในอดีตตั้งแต่พฤษภาทมิฬ การบุกยึดสนามบิน การบุกเข้าไปในการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟ การบุกกระทรวงมหาดไทย และการยึดพื้นที่ราชประสงค์
เหตุการณ์ทุกครั้งดูเหมือนว่าจะไม่สามารถจบลงได้อย่างง่ายๆ เลย แต่ในที่สุดก็จบลงอย่างราบรื่น โดยกินระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 7 เดือน วิกฤตการเมืองในครั้งนี้ก็เช่นกัน ปัจจุบันนี้ก็กินเวลาไปแล้วกว่า 5 เดือน ซึ่งหากใช้บรรทัดฐานเดียวกัน เหตุการณ์การเมืองในปัจจุบันก็น่าจะจบลงภายในช่วงเวลาเฉลี่ยดังกล่าว หรือจบลงภายในครึ่งปีแรกของปีนั้นนั่นเอง
คุณผู้อ่านหลายท่านคงทราบดีว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกประมาณ 6070% และพึ่งพาการท่องเที่ยวประมาณ 10% ทั้งสองตัวนี้แหละจะเป็นตัวผลักดันให้เศรษฐกิจไทยกลับฟื้นคืนขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็ว การส่งออกของไทยนั้นยังมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนั้น การท่องเที่ยวของไทยก็ยังมีความแข็งแกร่ง คิดง่ายๆ ตอนนี้ถ้าฝรั่งคิดจะไปประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) พวกเขาก็มักจะบินมาลงที่สุวรรณภูมิก่อน จึงเท่ากับว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้
ทางด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัชนีตลาดหุ้นบ้านเราได้ถดถอยลงไปแล้วมากกว่า 5% นับจากช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ในขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออกและหุ้นกลุ่มพลังงานน่าจะมีแนวโน้มที่ดีกว่านี้ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งมีเหตุผลมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวก็จะกลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง หากเหตุการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มว่าจะจบลง ดัชนีตลาดหุ้นในช่วงปลายปีก็น่าจะมีแนวโน้มที่ดีจากเหตุผลดังกล่าว
แต่หุ้นที่ผมมองว่าอาจจะยังต้องเหนื่อยอีกสักระยะหนึ่งก็คือหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคภายในประเทศ (Domestic Play Stocks) จากปัญหาที่ชาวนายังไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าวก็จะส่งผลทำให้การบริโภคในระดับล่างมีแนวโน้มที่จะแย่ลง
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อระดับล่าง เช่น บัตรเงินสด สินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ รถปิกอัพ เป็นต้น ผมว่าหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องเหล่านี้คงหนีไม่พ้นหางเลขจากการที่ชาวนายังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
สี่ ปลายดี...เศรษฐกิจโลก
เรายังจะคุยกันต่อเรื่องเศรษฐกิจของประเทศที่มีตัวย่อว่า UJE (USA, Japan, Eurozone) ดังนี้ครับ
สหรัฐอเมริกายังคงเป็นและจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้กลับฟื้นคืนขึ้นมา การบริโภคในภาคครัวเรือนของอเมริกาเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตัวเลขยอดขายบ้านและตัวเลขยอดค้าปลีกที่ดีขึ้น
นอกจากนั้น นิตยสารทางการเงินระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น The Economist หรือ CNN Money ล้วนแล้วแต่กล่าวถึงเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในปีนี้ว่า จะเป็นปีที่เศรษฐกิจของอเมริกาจะฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง ในปี 2556 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกามีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียง 1.9% ในขณะที่ในปีนี้คาดกันว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาจะเติบโตในระดับที่มากกว่า 3% เสียอีก
หลังวันที่ 1 เม.ย.ปีนี้ ญี่ปุ่นจะบังคับใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ ในอัตรา 8% ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับอัตราเดิมที่ 5% สิ่งที่จะเกิดขึ้นคงไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะตลาดได้รับรู้เรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้ว
แต่สิ่งที่น่าจะดีต่อรัฐบาลญี่ปุ่นก็คือ รัฐบาลจะได้รับเงินภาษีจากการขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มนี้สูงขึ้นถึง 60% ทีเดียว ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเงินเพียงพอที่จะอัดฉีดกลับเข้าสู่ระบบใหม่ และยังสามารถนำรายได้ดังกล่าวไปใช้หนี้สาธารณะที่สูงถึง 200% ของจีดีพี (ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีหนี้สินต่อจีดีพีสูงที่สุดในโลก)
กลุ่มประเทศยูโรโซน ณ เวลานี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า กลุ่มประเทศยูโรโซนจะไม่มีประเทศใดที่ต้องออกจากกลุ่มเพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจ กลุ่ม PIGS (โปรตุเกส อิตาลี กรีซ และสเปน) มีแนวโน้มของอัตราการว่างงานที่ลดลง การฟื้นตัวเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่มีเสถียรภาพมากขึ้น
โดยมีสาเหตุมาจากความช่วยเหลือของ อังเกลา แมร์เกิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี และมาริโอ ดรากี (Mario Draghi) ประธานธนาคารกลางยุโรป ที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินภายใต้กฎระเบียบการใช้จ่ายเงินอย่างมีวินัยให้แก่ประเทศเหล่านี้
อีกข้อสังเกตหนึ่งก็คือ ช่วงนี้มีบริษัทจัดการกองทุนหลายบริษัทที่ออกกองทุนที่ไปลงทุนในประเทศกลุ่มยูโรโซน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่ากลุ่มประเทศยูโรโซนจะสามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ในระยะกลางและระยะยาวได้
“ปลาย...ดี” จึงเป็นแนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่า ช่วงปลายปีนี้เศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและนอกประเทศน่าจะมีแนวโน้มที่สดใสขึ้น แต่สิ่งที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเราก็คือ เราเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง? สำหรับ... “โอกาส” ที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้







