posttoday
ตื่นอ้มเอสเอ็มอี

ตื่นอ้มเอสเอ็มอี

08 เมษายน 2557

แบงก์รัฐอัดฉีดสภาพคล่อง3พันล.ให้สินเชื่อรายละล้านปลอดเงินต้น1ปีธนาคารโลกคิดบวกจีดีพีไทยโต3%

แบงก์รัฐอัดฉีดสภาพคล่อง3พันล.ให้สินเชื่อรายละล้านปลอดเงินต้น1ปีธนาคารโลกคิดบวกจีดีพีไทยโต3%

แบงก์รัฐเร่งเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี ผ่อนนาน7 ปี คิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์

น.ส.ปาริฉัตร เหล่าธีระศิริวงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมวงเงิน 3,000 ล้านบาท ให้กู้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสินเชื่อใหม่นี้ ธนาคารจะให้กู้ได้สูงสุดรายละ 1 ล้านบาท ผ่อนนาน 7 ปี ปลอดเงินต้นนาน 1 ปี สามารถใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันก็กู้ได้ เริ่มให้กู้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557 หรือจนกว่าวงเงินหมด

สำหรับอัตราดอกเบี้ยแยกเป็น 2 แบบ หากเป็นเอสเอ็มอีที่ประกอบกิจการเกินกว่า 3 ปี และมีผู้ค้ำประกัน จะคิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ประมาณ 9.50% ถ้าไม่มีผู้ค้ำประกันคิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์บวก 1% หรือเท่ากับ 10.50% กรณีเป็นเอสเอ็มอีที่ประกอบกิจการไม่เกิน 3 ปี มีคนค้ำคิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์บวก 1% หรือเท่ากับ 10.50% และถ้าไม่มีคนค้ำคิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์บวก 2% หรือเท่ากับ 11.50%

“สินเชื่อนี้มีเจตนาให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือเพื่อขยายลงทุน หรือปรับปรุงกิจการ” น.ส.ปาริฉัตร กล่าว

นางสาวปาริฉัตร กล่าวว่าในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ยอดปล่อยสินเชื่อไม่ได้ตามเป้า ดังนั้นช่วงหลังจากนี้ธนาคารจะเร่งการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น

นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ทุกสาขาเร่งปล่อยสินเชื่อเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้เป็นต้นไป หลังยอดปล่อยสินเชื่อไตรมาสแรกอนุมัติได้เพียง 1,300 ล้านบาท เน้นต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาทอยู่ถึง 1,700 ล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหม่ ชะลอการตัดสินใจลงทุน ส่วนลูกค้ารายเดิมก็ไม่ขยายธุรกิจ เพื่อรอให้การเมืองมีความชัดเจนโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงไปด้วย

อย่างไรก็ดี ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท คาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มจาก 1.07 แสนล้านบาท เป็น 1.2 แสนล้านบาท ณ สิ้นปีนี้

ขณะที่ไตรมาสแรก มีเงินฝากไหลเข้ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ส่งผลให้สภาพคล่องเพิ่มเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าเงินฝากคงค้างเพิ่มจาก 1.1 แสนล้านบาท ณ สิ้นปีก่อน เป็น 1.6 แสนล้านบาทในสิ้นปีนี้

" จากยอดเงินฝากที่ไหลเข้าเกินกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทำให้สภาพคล่องของธนาคารปรับตัวสูงขึ้น จึงได้สั่งการให้พนักงานเร่งปล่อยสินเชื่อตามนโยบายของกระทรวงการคลัง อีกทั้งถ้าเก็บสภาพคล่องไว้มากๆ ก็จะแบกภาระต้นทุนสูงอีก " นายครรชิตกล่าว

ด้านภาวะเศรษฐกิจไทยในสายตาต่างชาติยังคงย่ำแย่ โดยเมื่อวานนี้ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) รายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยได้ฉบับล่าสุด ลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยลงเหลือเพียง 3% จากก่อนหน้านี้ที่ตั้งเป้าหมายไว้ 4.5% และลดเป้าหมายปี 2558 เหลือ 4.5% จากเดิมที่ 5%

ขณะที่การลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นผลมาจากความวุ่นวายทางการเมืองที่เรื้อรัง ที่คาดว่าจะกระทบต่อรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้แย่ลง

แต่กระนั้นแต่ยังถือเป็นตัวเลขที่ดีกว่าเมื่อปีที่แล้วอยู่ ซึ่งขยายตัวได้เพียง 2.9% เท่านั้น เนื่องจากในปีนี้ยังพอมีปัจจัยบวกมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งน่าจะเข้ามาช่วยฟื้นภาคการส่งออกของไทยให้ดีขึ้น

แต่ทั้งนี้ ธนาคารโลกเชื่อว่า หากวิกฤตการเมืองในไทยกลับเข้าสู่ภาวะเสถียรภาพได้ การขยายตัวเศรษฐกิจจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นได้ในปีนี้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI