พายุถล่มพิจิตรบ้านพัง900หลัง
พิจิตร-พายุฤดูร้อนถล่ม5อำเภอบ้านวัดโรงเรียนพัง900หลังชาวบ้านระทมติดวันหยุดยาวรอราชการช่วย
พิจิตร-พายุฤดูร้อนถล่ม5อำเภอบ้านวัดโรงเรียนพัง900หลังชาวบ้านระทมติดวันหยุดยาวรอราชการช่วย
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.เกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่จ.พิจิตร ในช่วงระหว่าวงวันที่ 4 เม.ย.มาจนถึงเมื่อคืนที่ผ่านมาปรากฏว่าได้เกิดฝนฟ้าคะนองและมีลมพายุฤดูร้อนได้พัดถล่มบ้านเรือน วัด โรงเรียน ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธิ์ประทับช้าง โพทะเล บึงนาราง สามง่าม และอ.ตะพานหิน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เบื้องต้นกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ได้รายงานความเสียหายมายังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด(ปภ.)พิจิตร ว่า เกิดความเสียหายขึ้นกับบ้านเรือนราษฎรรวม 900 หลังคาเรือน วัด 3 แห่ง โรงเรียนและบ้านพักครู 3 แห่ง
นอกจากนี้ลมพายุที่มาพร้อมกับสายฝนได้พัดเอาหลังคาบ้าน ฝาบ้าน และเสาไฟฟ้าหักโค่น ไฟฟ้าดับในหลายหมู่บ้าน ต้นไม้ ไม้ผลที่ชาวบ้านปลูกไว้ก็ถูกลมพัดหักโค่นล้มลงใส่หลังคาบ้านจึงทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ชาวบ้านเดือดร้อนกันทั่วหน้า บางรายต้องไปอาศัยหอประชุมและศาลาวัดเป็นที่คุ้มแดด คุ้มฝน เนื่องจากไม่มีที่อยู่อาศัยและไร้คนช่วยเหลือ เหตุเพราะวาตภัยที่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาว ทำให้อบต.ต่างๆไม่มีหัวหน้ากองช่างหรือปลัดอบต.ออกไปถ่ายภาพและประเมินความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบราชการได้ รวมถึง นายกอบต. บางแห่ง ช่วงนี้ก็มีการทำโครงการพาแกนนำชาวบ้านไปท่องเที่ยวดูงานจังหวัดแถบชายทะเลกันเป็นจำนวนมาก
ขณะที่หัวหน้าส่วนราชการบางท่านที่เกี่ยวข้องกับงานช่วยเหลือและป้องกันบรรเทาสาธารณภัยทั้งระดับ ตำบล อำเภอ จังหวัด ต่างก็กลับบ้านต่างจังหวัดเนื่องจากเป็นวันหยุดยาวในช่วงวันหยุดวันจักรี ซึ่งก็ทำให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านที่เดือดร้อนโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไม่ได้ บางท่านก็ปิดโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้ประสานการช่วยเหลือไม่ได้อย่างทันท่วงที จึงทำให้ชาวพิจิตร 900 ครัวเรือน กว่า 4,000 คน ที่บ้านเจอพายุพัดพังต้องช่วยเหลือตนเองด้วยการไปหาซื้อผ้ายางหรือตะปู สังกะสี กระเบื้อง มามุงหลังคาเพื่อกันแดด กันฝนและไม่ให้เครื่องไฟฟ้าหรือสิ่งของในบ้านต้องเจอกับความเสียหาย เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาโปรยปรายต่อเนื่องทำให้เกิดความทุกข์แสนเข็ญ เหตุเพราะวันหยุดยาวที่ไม่มีใครห่วงใยชาวบ้าน แต่ก็ตั้งความหวังไว้ว่าวันอังคารที่ 8 เมษายน 2557 ซึ่งเป็นวันทำงานปกติของราชการจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในครั้งนี้ดังกล่าวต่อไป.







