
ทางเลือก ยึดถือกับปล่อยวาง
สมศรีสูญเสียแม่ของเธอไปเมื่อราว 4 เดือนที่ผ่านมา แม่ของเธอป่วยด้วยโรคมะเร็ง
สมศรีสูญเสียแม่ของเธอไปเมื่อราว 4 เดือนที่ผ่านมา แม่ของเธอป่วยด้วยโรคมะเร็ง ความทุกข์ทรมานจากโรคภัยทำให้เธอรู้สึกทุกข์ร้อนกับแม่ของเธอมาก หลังจากแม่ของเธอจากไป สิ่งที่ตกค้างในจิตใจของเธอ คือ คำตัดสินที่เธอเฝ้าตำหนิตัวเองว่า เธอดูแลแม่ได้ไม่ดี ทำให้แม่ของเธอทุกข์ทรมาน เธอน่าจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ เธอน่าจะเลือกทำสิ่งนั้นมากกว่าสิ่งนี้ พร้อมกับความรู้สึกที่มีในใจ คือ ความรู้สึกผิด โกรธ เสียใจที่ลอยกรุ่นตามมา ปั่นป่วนในจิตใจของเธอ พร้อมกับความรู้สึกที่ผิดหวังในตนเองที่ทำไมจึงปล่อยวางไม่ได้ ทำไมเป็นแบบนี้ และที่มีผลตามมา คือ เธอรู้สึกเบื่อ ท้อแท้ ไม่มีพลังในการดำเนินชีวิต หนูน้อยธาราอายุราว 2 ขวบ ได้รับของขวัญเป็นตุ๊กตาม้าทำด้วยผ้า ตอนที่ได้ของขวัญ หนูน้อยก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่เมื่อแม่ของเธอสาธิตวิธีเล่น หนูน้อยก็เริ่มสนุก พยายามไขว่คว้ามาเล่นบ้าง และไม่นาน หากมีใครมาแตะต้องตุ๊กตาของเธอ หนูน้อยก็แสดงอาการหวงของขึ้นมาทันที
เรื่องราวของสมศรีและหนูน้อยธาราเป็นเรื่องราวสากลที่เกิดขึ้นกับทุกคน เราต่างเรียนรู้ที่จะยึดถือ เป็นเจ้าข้าวเจ้าของในสิ่งใดก็ตามที่เราถือว่า “มันคือของฉัน” เริ่มต้นจากง่ายที่สุด คือ สำนึกการยึดถือความเป็นเจ้าของเรามีมาตั้งแต่เราเป็นเด็กเล็กๆ นี่คือพ่อแม่ของฉัน นั่นคือของเล่นของฉัน กระทั่งเราเติบโตขึ้น การยึดถือเป็นเจ้าของก็เริ่มขยายใหญ่และซับซ้อนมากขึ้นจากรูปธรรมมาเป็นนามธรรม นี่คือตำแหน่งของฉัน นี่คืออำนาจหน้าที่ของฉัน และการต้องสูญเสียสิ่งที่ยึดถือก็เป็นเรื่องราวแสนเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน จุดเริ่มของการยึดถือ เริ่มที่จิตใจของเรานั่นเอง เรามีความรู้สึกนึกคิด มุมมอง อคติที่เกิดขึ้นในจิตใจ สังเกตได้ง่ายๆ คือ การมีคำตัดสินกับตัวเองและคนรอบตัว สิ่งรอบตัว และเราก็ยึดถือคำตัดสินจนกลายมาเป็นตัวเรา เป็นของเรา “ฉันเป็นคนดี” “เธอเลว” เรากับคำตัดสินกลายเป็นสิ่งเดียวกัน จนกลายเป็นทั้งตัวเราและคำตัดสินต่างตกเป็นเจ้าของควบคุมกันและกัน และการยึดถือนี้ก็ทำให้เราต้องปกป้อง ต้องสู้ตายเพื่อรักษาไว้ เพื่อครอบครองเอาไว้ให้ได้ อย่าได้สูญเสียมัน
เกิดอะไรขึ้นเมื่อเรายึดถือความเป็นตัวเรา ความเป็นของเรา สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความไม่เป็นอิสระ ภาวะการยึดมั่นถือมั่นทำให้เราต้องกลายเป็นทาสของสิ่งนั้น กระแสชีวิตถูกกัดกร่อน ทำร้ายจากความทุกข์ อันเนื่องจากความผิดหวัง โกรธ เสียใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่ยึดถือเป็นเจ้าของ ขณะเดียวกัน เราก็ถูกหลอกล่อกับความสุข ความพอใจเมื่อได้ครอบครองสิ่งที่ยึดถือ สิ่งที่อยาก แรงผลัก แรงดึงดูด รวมไปถึงความสุข ความทุกข์จากการได้ครอบครอง จากการสูญเสียก็ทำให้ความรู้สึกทั้งบวกและลบ กลายเป็นตัวควบคุมชีวิตให้ต้องดิ้นรนกับเกมชีวิตนี้
หลายคนอึดอัดคับข้องใจกับความรู้สึก โดยเฉพาะความรู้สึกเชิงลบ หลายคนอาจรู้ตัวหรืออาจไม่รู้ตัว กับภาวะที่เรายึดถือคำตัดสิน มุมมองอคติที่มีอยู่ในจิตใจ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวความรู้สึก ตัวความคิด ความเชื่อที่เรามีอยู่ แต่อยู่ที่ปฏิกิริยาที่เรามีต่อสิ่งเหล่านี้ ทั้งความยินดี และความยินร้าย รวมไปถึงการยึดถือเป็นเจ้าของ และที่สำคัญเรามักไม่รู้ตัวกับปฏิกิริยาเหล่านี้ จนกว่าจะมองเห็นมัน และเมื่อเรามองเห็นปฏิกิริยาเหล่านี้แล้ว เราก็อาจพบว่าบางเรื่องราวเราสามารถหยุดยั้งปฏิกิริยาให้ไม่ลุกลามต่อไป แต่ในบางเรื่องราวเราตกเป็นทาสปฏิกิริยา เราได้แต่เฝ้าอดทนกับความทุกข์เจ็บปวดนี้
หนทางของการปล่อยวางจึงอยู่ที่ตัวเรา ในกรณีที่เราหยุดยั้งปฏิกิริยาความยึดมั่นได้ ก็คือ การมีความสามารถปล่อยวาง แต่กรณีปล่อยวางไม่ได้ นั่นหมายถึงการต้องทำงานกับเพื่อนคนนี้ เพื่อนที่มีชื่อ “ความรู้สึกนึกคิด” 1) การทำความรู้จักเพื่อนคนนี้ว่ามีชื่อว่าอะไร : เศร้า โกรธ หดหู่ แค้น ร่าเริง แช่มชื่น ฟุ้งซ่าน ฯลฯ การรู้จักชื่อของเพื่อนเหล่านี้ ย่อมหมายถึงความสามารถในการสังเกต 2) การสำรวจตรวจสอบ ที่มาที่ไปของเพื่อนเหล่านี้ เพื่อนเหล่านี้กำลังบอกข่าวสาร ข้อมูลอะไร เพื่อนเหล่านี้เลือกที่จะปรากฏตัวในรูปลักษณ์ใดก็ตาม หมายถึงเพื่อนคนนี้มีข้อมูลสำคัญที่จะสื่อสารกับตัวเรา นั่นคือ ความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่ ความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง และหากเราสามารถค้นหารหัสลับของคำตอบที่ปรากฏในรูปความรู้สึกนี้ได้ ก็จะช่วยเราไปสู่ขั้นตอนต่อไป
3) การยอมรับ ขั้นตอนนี้คือการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ความจริงที่ว่าเรามีความต้องการบางอย่าง ที่ต้องการการดูแล และความจริงที่ว่า เราไม่สามารถตอบสนอง ไม่สามารถดูแลความต้องการที่ปรารถนานั้นได้ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญ หลายคนไม่สามารถยอมรับ ก็จะต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้ได้ แต่ในเมื่อไม่ได้ ภาวะค้างคาจึงเป็นสภาพที่เกิดขึ้น ไม่สามารถไปต่อได้ในขั้นตอนสุดท้าย คือ 4) ปล่อยวาง คือ ขั้นตอนที่เราเลือกปล่อยวางด้วยการยอมรับและไว้อาลัยกับสิ่งที่พลาดหวัง กับสิ่งที่สูญเสีย การไว้อาลัยจึงเป็นเสมือนการให้เกียรติ การมองเห็นคุณค่าของความต้องการที่พลาดหวังนั้น เหมือนกับการไว้อาลัยเพื่อนรักที่จากไป
ชีวิตเราทุกคนหนีไม่พ้นทั้งการยึดถือและการปล่อยวาง เปรียบเหมือนเท้าทั้งสองที่เคลื่อนไหวก็ต้องสลับไปมาระหว่างการยึดอยู่กับที่ กับการเคลื่อนที่ไป หลายชีวิตก้าวต่อไปไม่ได้ เพราะเลือกยึดติด จะก้าวต่อไป ดำเนินชีวิตต่อไป การปล่อยวางจึงเป็นทางเลือกสำคัญในชีวิตเราที่ต้องเรียนรู้







