
'หมออย่าทำตัวเป็นแม่เหล็ก...'
“ผมก็หวังว่าท่านปลัดจะเป็นผู้ใหญ่พอที่จะทำให้กระทรวงสาธารณสุขอยู่ต่อไปได้เมื่อทุกอย่างจบลง”
“ผมก็หวังว่าท่านปลัดจะเป็นผู้ใหญ่พอที่จะทำให้กระทรวงสาธารณสุขอยู่ต่อไปได้เมื่อทุกอย่างจบลง” เป็นคำกล่าวถึง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงที่ออกตัวแรงเป็นหัวหน้าส่วนราชการคนแรกลุกขึ้นไล่รัฐบาล
“ผมไม่ได้ตั้ง” รัฐมนตรีบอกที่มา “เขาตั้งมาในสมัยท่านวิทยา (บุรณศิริ อดีต รมว.สาธารณสุขคนก่อน) นายกฯ ก็คงตั้งจาก shot list ที่เลือกมาตามความเหมาะสม”
“ถ้าผมมีโอกาสคุยกับท่านตัวต่อตัว” หมอประดิษฐเว้นวรรคหายใจ “ผมก็จะบอกว่าท่านคิดให้ดีนะ กระทรวงสาธารณสุขจบแล้วหมอกับประชาชนต้องคุยกันได้ ตอนนี้ประชาชนเจอหมอแล้วมีความสุขที่ไหน เอาแค่ชาวบ้านไปประท้วงหมอหน้าโรงพยาบาล หรือยิงอาวุธสงครามใส่โรงพยาบาล ผมก็พูดอย่างแฟร์ๆ ว่าต่อให้เราเป็นคนไข้ที่เป็นพวกเดียวกับหมอแล้วไปนอนโรงพยาบาล เราก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าจะถูกยิงเมื่อไร นี่เรายังไม่พูดถึงคนไข้ที่เป็นคนละขั้วกับหมอนะ
“เพราะเราไปทำตัวเป็นแม่เหล็กล่ออยู่แบบนี้ เพราะคุณไปทำให้โรงพยาบาลเป็นจุดที่จะดึงดูดความรุนแรง ผมพยายามบอกว่าท่านอย่าทำอะไรเลย เพราะถ้าทำอะไรไปแล้วโรงพยาบาลจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความรุนแรง
“ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสเจอท่านปลัดตัวต่อตัว คุยผ่าน คนกลางก็ไม่ได้อะไรมาก ผมก็ไม่กล้าไปเตือนท่านว่า กระทรวงต้องเหลืออยู่ ชาวบ้านกับหมอต้องอยู่กันได้ เกียรติภูมิของหมอต้องมี ไม่ใช่คนมาด่าหมอเหมือนทุกวันนี้ ผมหนักใจนะ
“เราปล่อยให้อยู่อย่างนี้กันได้อย่างไร ท่านเป็นหัวหน้าทีม ผมอยากให้ท่าน Lead พวกข้าราชการให้ไปในทางที่ถูกที่ควรหน่อยก็แค่นั้น” รัฐมนตรีกระทรวงหมอ ระบุท่าที
อย่างไรก็ดี ย้ำว่าส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากัน เพราะยอมรับได้กับจุดยืนทางการเมือง “ประชุมกันก็ไม่มีปัญหากัน ท่านยังบอกว่าใจมีรัฐมนตรีชื่อประดิษฐ เพราะไม่เคยมีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งหมดเป็นเพียงแค่จุดยืนทางการเมือง แต่ว่าผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการแสดงออกด้วยวิธีนี้” นพ.ประดิษฐ พูดชัด “ผมก็พยายามเตือนสติในหลายๆ เรื่อง ถ้าได้อ่านบันทึกหรือคำสั่งต่างๆ ผมก็พยายามให้สติว่าสิ่งที่ถูกต้องควรทำอะไร
“อย่างการติดป้ายหน้าโรงพยาบาล ผมบอกว่าก็อย่าไปติดป้ายทั้งสองฝั่งปัญหาก็จบ มันก็ไม่มีใครมาล้อม คุณติดแบบหนึ่ง กปปส.ก็มาล้อม ติดอีกแบบหนึ่งเสื้อแดงก็มาล้อม แล้วจะไปทำทำไม ไม่มีประโยชน์ ผมก็เตือนสติไปว่าอย่าไปทำแบบนั้นทั้งคู่ แต่สุดท้ายผมก็ถูกตีความว่าคำสั่งเหล่านั้นเป็นการกระทำเพื่อรับใช้การเมือง ซึ่งผมก็เสียใจที่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์
“แต่ท่านปลัดได้ตัดสินใจแล้ว ท่านมาคุยกับผม บอกกับผมว่าท่านก้าวข้ามไม่พ้นจริงๆ แล้วก็ขออภัยผมด้วย ผมก็บอกว่าโอเค แต่อยากให้กลับไปคิดใหม่ให้ดีนะ แต่ท่านปลัดคงคิดใหม่และตัดสินใจแล้วเลยเดินออกมาในลักษณะนี้ ตอนนั้นผมก็เตือนไปว่า ท่านอย่าให้การเมืองมายุ่งอะไรในกระทรวงของเราเลย
“นายกฯ เองก็สนับสนุนการปฏิรูป ท่านก็บอกว่าถ้าได้รับเลือกตั้งเข้ามาก็จะปฏิรูปให้เสร็จภายใน 1 ปี ท่านก็ได้ตามที่ต้องการแล้วไม่ใช่หรือ เขาก็บอก...ครับๆๆๆ ตอนไปเขาค้อด้วยกัน ตอนนั้นท่านนายกฯ อธิบายก็เหมือนจะเข้าใจแล้ว แต่พอกลับมาเป็นอีกแบบ ผมก็ไม่ทราบ”
สำหรับจุดยืนที่คุณหมอชัดเจนว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่จน วันสุดท้ายจนหลัง ครม.ชุดนี้พ้นสภาพตามกฎหมาย “นี่เป็นจุดยืนของผม ผมต้องไปตามกฎหมาย ฉะนั้นไม่ต้องมาพูดกับผมด้วยเหตุผลอื่น”







