
กาญจน์เร่งช่วยเหลือพายุถล่ม
กาญจนบุรี-เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุฤดูร้อนถล่มบ้านเรือนเสียหายในหลายพื้นที่
กาญจนบุรี-เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุฤดูร้อนถล่มบ้านเรือนเสียหายในหลายพื้นที่
นายอนุชา สุขเชิงชาย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสะลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจตามหมู่บ้านต่างๆ รวมทั้งนำอุปกรณ์ไปช่วยเหลือในการตัดต้นไม้ที่โค่นล้มขวางถนนหลังพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา สำหรับหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 8 หมู่ 10 หมู่ 14 และหมู่ 17 บ้านเรือเสียหายรวมกันประมาณ 50 หลังคาเรือน และขณะนี้บางหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 6 แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นได้รายงานความเสียหายให้จังหวัดกาญจนบุรีทราบ เพื่อหาทางช่วยเหลือแล้ว
นายชาญวิทย์ ศุภกิจจานุสรณ์ นายอำเภอเลาขวัญ กล่าวว่า พื้นที่อ.เลาขวัญได้รับผลกระทบจากภัยพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้น โดยพื้นที่ต.หนองโสน คือหมู่ 4 จำนวน 1 หลังคาเรือ หมู่ 8 จำนวน 5 หลังคาเรือน หมู่ 10 จำนวน 5 หลังคาเรือน และหมู่ 12 จำนวน 4 หลังคาเรือน รวมเสียหาย 15 หลังคาเรือน เบื้องต้นได้นำสิ่งของไปช่วยเหลือแล้ว และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นายวีระ ทองพิจิตร นายอำเภอพนมทวน กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่อ.พนมทวนได้รับผลกระทบรวมกัน 4 ตำบล บ้านเรือนเสียหาย 40-50 หลังคาเรือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม ส่วนเสาไฟฟ้าหักโค่น 10 กว่าต้น ที่บริเวณถนนสายอูทอง – สุพรรณบุรี หมู่ 4 ต.พนมทวน ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพนมทวน กำลังทำการแก้ไข
นายชาญ เสมสวัสดิ์ นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย กล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหาย พบว่า บ้านเรือราษฎรเสียหายทั้งหมด 143 หลังคาเรือนจากทั้งหมด 4 ตำบล บ้านเรือนส่วนใหญ่หลังคาบ้านถูกลมพัดปลิวหายไป มีต้นไม้หักขวางการผิวการจราจรหลายจุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการแก้ไขแล้ว นอกจากนี้เสาไฟฟ้าหักโค่น จำนวน 4 ต้น ทำให้บางหมู่บ้านไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด่านมะขามเตี้ย ได้แก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
นายฉัตรณรงค์ ศิริพร ณ ราชสีมา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน "พายุฤดูร้อน" ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 5 เม.ย.นี้ว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าได้เคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ในบางพื้นที่ โดยมีโอกาสเกิดผลกระทบครอบคลุมหลายจังหวัดทั้งทางภาคเหนือและภาคกลางด้าน ตะวันตก เช่น จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี
ทั้งนี้จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนมาแล้ว 3 รอบ คือวันที่ 18 มี.ค. และวันที่ 21 มี.ค.ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว และครั้งที่ 3 คือวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา การเกิดพายุฤดูร้อนในครั้งนี้ค่อนข้างจะรุนแรง และขยายวงกว้างไปหลายอำเภอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ความเสียหาย โดยเฉพาะบ้านเรือราษฎร และพืชผลทางการเกษตร คาดว่าอีกประมาณ 1 ถึง 2 วันก็คงจะสรุปยอดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนทุกพื้นที่เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายไปจนถึงวันที่ 7 เม.ย. 2557







