posttoday
อาฟเตอร์ช็อคคดี"ถวิล"มะม่วงรัฐบาลใกล้หล่น

อาฟเตอร์ช็อคคดี"ถวิล"มะม่วงรัฐบาลใกล้หล่น

03 เมษายน 2557

ว่าคดีนี้ทำให้นายกฯตกที่นั่งลำบากและมีอาการหนักพอสมควรยิ่งกว่าคดีรับจำนำข้าวที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของป.ป.ช.

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ณ จุดนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงสาหัสอีกครั้งของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" สว.สรรหา และคณะ ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาว่าการโยกย้าย "ถวิล เปลี่ยนศรี" ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ผลจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดได้ทำให้ไพบูลย์และคณะเห็นว่าการกระทำของยิ่งลักษณ์เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ มาตรา268 ที่ห้ามไม่ให้คณะรัฐมนตรีแทรกแซงข้าราชการ ซึ่งการกระทำความผิดตามมาตรานี้จะมีผลให้คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯสิ้นสุดลงและต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 ด้วย

จึงเป็นที่มาของการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับไว้พิจารณาได้กำหนดให้นายกฯยิ่งลักษณ์ทำคำชี้แจงภายใน 15 วัน

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาว่าหากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ายิ่งลักษณ์สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีจริงจะมีผลต่อคณะรัฐมนตรีทั้งคณะหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นย่อมหมายถึงทฤษฎีมะม่วงหล่นที่อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี เคยเปรียบเปรยเอาไว้ก็ใกล้กับความเป็นจริงมากขึ้นไปทุกที

ในเรื่องนี้ สดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง และ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ให้ความเห็นว่า ถ้าเกิดนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจริง ส่วนตัวมีความเห็นว่าคณะรัฐมนตรีทั้งคณะจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย เพราะถือว่าขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแล้ว

สดศรี อธิบายว่า แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 181 จะบัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นตำแหน่งจากคณะสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่การจะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวต่อไปได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งขึ้นมาก็เท่ากับว่าคณะรัฐมนตรีทั้งคณะจะพ้นจากตำแหน่งไปด้วยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180

“เหมือนกับสว.ที่รักษาการอยู่ในตำแหน่งเพื่อรอให้มีสว.เข้ามาทำหน้าที่ใหม่ หากในระหว่างที่รักษาการอยู่เกิดถูกศาลพิพากษาขึ้นมาจนมีผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งไปก็ย่อมไม่สามารถทำหน้าที่รักษาการต่อไป เพราะถือว่าได้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งดังกล่าวไปแล้ว”อดีตกกต.อธิบายเปรียบเทียบ

สดศรี กล่าวสรุปว่า ถึงที่สุดแล้วทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร แต่โดยส่วนตัวมองว่าคดีนี้ทำให้นายกฯตกที่นั่งลำบากและมีอาการหนักพอสมควรยิ่งกว่าคดีรับจำนำข้าวที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ขณะที่ พีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย มีความเห็นแย้งว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะพ้นจากตำแหน่งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่มีผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องหลุดจากตำแหน่งไปด้วย เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 182 เป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเฉพาะตัวเท่านั้น ซึ่งไม่มีผลผูกพันกับรัฐมนตรีคนอื่นๆที่ไม่ได้ถูกยื่นให้ศาลวินิจฉัยคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งแต่อย่างใด

“การจะเรียกว่าการกระทำใดเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 ก็ต่อเมื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้เข้าไปดำเนินการทั้งๆที่ตัวเองไม่มีอำนาจ แต่สำหรับกรณีของนายกฯนั้นมีอำนาจเต็มที่อยู่แล้วในการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้วตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน”พีรพันธุ์ กล่าว

พนัส ทัศนียานนท์ หนึ่งในทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยอีกคน ได้มีความคิดเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาตั้งแต่ต้น เพราะศาลปกครองสูงสุดไม่ได้พิพากษาว่าการโยกย้ายดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 แต่ศาลปกครองสูง สุดพิพากษาว่าการโยกย้ายที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน ประกอบกับปัจจุบันคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วหลังจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร จึงคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่น่าจะรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาตั้งแต่แรก

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน