posttoday
สงการณืหงอยคนกรุงหยุดจ่าย

สงการณืหงอยคนกรุงหยุดจ่าย

03 เมษายน 2557

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จากกลุ่มตัวอย่าง 500 ราย ที่มีอายุ 16-65 ปี พบว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัด 2.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จากกลุ่มตัวอย่าง 500 ราย ที่มีอายุ 16-65 ปี พบว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัด 2.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี

แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์อาหารและเครื่องดื่ม 8,000 ล้านบาท ช็อปปิ้ง 6,400 ล้านบาท ค่าที่พัก/เดินทาง 4,600 ล้านบาท ทำบุญ 2,900 ล้านบาท และอื่นๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำ 100 ล้านบาท

สำหรับสาเหตุที่ประชาชนในกรุงเทพฯ ระมัดระวังการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กลุ่มตัวอย่าง 85% ระบุว่า ค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในส่วนของราคาอาหารและพลังงาน เป็นปัจจัยกดดันในการใช้จ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุ 25-50 ปี เนื่องจากส่วนใหญ่มีระดับรายได้เท่าเดิม เงินออมเท่าเดิม แต่ภาระรายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 30.4% ระบุว่า สถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อและไม่ชัดเจน ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายคิดเป็น 46% เกิดความยากลำบากในการเดินทาง 35% และไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 19%

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจยังพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 83.6% ระบุว่า มหกรรมลดราคาสินค้าของผู้ประกอบการจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้ามากขึ้น

รองลงมาคือ การลุ้นชิงโชคแจกของรางวัล เช่น บ้าน รถยนต์ คิดเป็น 74% และใช้ใบเสร็จซื้อสินค้าแลกรับของรางวัลทันที 61.8%

“สงกรานต์ปีนี้อาจไม่สดใสมากนัก ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงจากแรงกดดันด้านค่าครองชีพและภาระหนี้สินต่างๆ และจากการสำรวจยังพบว่า คนกรุงเทพฯ กว่า 31% ยังไม่มีการวางแผนทำกิจกรรมใดๆ ซึ่งสะท้อนว่ากำลังซื้ออาจซบเซากว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ

ขณะที่ อภิชาติ พัชรภิญโญพงศ์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และเรือภัตตาคารริเวอร์ไซด์ กล่าวว่า หากเศรษฐกิจไทยไม่ขยายตัวเลยหรือหดตัว มีผลกระทบต่อตลาดคนไทยเที่ยวไทยแน่นอน โดยทุกวันนี้คนไทยก็ใช้จ่ายระมัดระวังกันอยู่แล้ว เห็นได้จากผู้ใช้บริการรับประทานอาหารบนเรือภัตตาคารริเวอร์ไซด์ ไตรมาสแรก ลดลงถึง 40% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป และคนไทยที่ใช้จ่ายน้อยลง

อภิชาติเชื่อว่าหลังจากนี้คนไทยคงจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นอีก ทำให้ผู้ประกอบการต้องหากลยุทธ์มากระตุ้นให้ใช้จ่าย ควบคู่กับการควบคุมต้นทุน

สำหรับริเวอร์ไซด์ที่ผ่านมาชะลอการรับคนทำงานเพิ่มแล้ว 4-5 เดือน รวมทั้งพยายามควบคุมต้นทุนให้ได้มากที่สุด เช่น จัดหาแหล่งวัตถุดิบที่มีต้นทุนถูกลง หลังจากนี้ก็คงต้องเน้นบริหารจัดการคนที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ไม่เติมคนเข้าไปในตำแหน่งไม่สำคัญ รวมทั้งเตรียมจัดโปรโมชั่นที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับบริการคุ้มค่าขึ้นเพื่อจูงใจ แต่ไม่ใช่รูปแบบการแข่งกันตัดราคากับคู่แข่งแน่นอน

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา