พายุฤดูร้อนถล่มต้นไม้ทับบ้านดับ1
นครราชสีมา-พายุฤดูร้อนถล่มกันสาดทับร้านก๋วยเตี๋ยวที่บุรีรัมย์โค่นต้นไม้ทับบ้านเสียชีวิต 1
นครราชสีมา-พายุฤดูร้อนถล่มกันสาดทับร้านก๋วยเตี๋ยวที่บุรีรัมย์โค่นต้นไม้ทับบ้านเสียชีวิต 1
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รับผลกระทบจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน แผ่เข้าปกคลุมในพื้นที่ประกอบกับสภาพอากาศในประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด จึงส่งผลให้ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นจะมีการเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง และลูกเห็บตก ตั้งแต่วันที่ 1-3 เม.ย.นี้ ทำให้เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้เกิดลมหมุนพัดกรรโชกแรงภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ส่งผลให้มีต้นไม้หักล้มทับสายไฟสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ลมกรรโชกแรงนี้ยังส่งผลกันสาดของร้านคาร์แคร์ เอสซีเซอร์วิส ที่มีความยาวกว่า 10 เมตร น้ำหนักหลายร้อยกิโล ถล่มลงมาทับทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวต้มย้ำไข่ยางมะตูม ตั้งร้านอยู่ริมถนนมุขมนตรี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จนได้รับความเสียหาย โชคดีในช่วงที่กันสาดหล่นลงมานั้นยังไม่มีลูกค้าเข้ามารับประทานก๋วยเตี๋ยวจึงทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงแต่ทรัพย์ของทางร้ายก๋วยเตี๋ยวเสียหาย
นางดวงใจ สาตรา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าว กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุกำลังยืนอยู่บริเวณตู้ขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งได้มีลมพายุหมุนพัดกระโชกมาอย่างรุนแรงจู่ ๆ กันสาดที่อยู่ด้านบนก็ถล่มลงมาอย่างเร็ว โชคดีที่ยืนอยู่ด้านหน้ารถก๋วยเตี๋ยว ทำให้ไม่ถูกกันสาดถล่มลงมาทับ แต่ถือว่ายังโชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีลูกค้านั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยว มิฉะนั้นอาจจะทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็เป็นได้ สำหรับมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นประมาณ 1 หมื่นบาท
ด้านร.ต.ท.อุดร ภักษารัมย์ ร้อยเวร สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปีหักโค่นลงมาทับบ้านเรือนประชาชน ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 3 บ้านทุ่งวัง ต.ทุ่งวัง อ.สตึก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูนจำนวน 3 หลังถูกกิ่งก้านของต้นไม้กะซาวขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางร่วมเมตร ซึ่งต้นไม้ดังกล่าวอยู่ข้างศาลหลวงปู่อุดม ห่างจากบ้านประมาณ 20 เมตร ลำต้นขนาด 5 คนโอบ อายุกว่า 100 ปีถูกลมพายุพัดจนหักโค่นลงมาใส่บ้านเรือนทั้ง 3 หลังที่อยู่ใกล้กันพังเสียหายและยังไม่สามารถนำกิ่งไม้ ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ออกจากตัวบ้าน อีกทั้งล้มขวางถนนในหมู่บ้านได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการต่อไป
นางเดือน บรรดาสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 81 บ้านทุ่งวัง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุพักอาศัยอยู่ในบ้านกับลูกสาว ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่บ้านพังเกือบทั้งหลัง เช่นเดียวกับของนายหล่อพงษ์ สายบัว อาศัยอยู่เลขที่ 59 กับนางสมใจ ภรรยา และลูกสาววัย 9 ขวบ พบนายหล่อพงษ์ นอนเสียชีวิตอยู่หน้าประตูบ้านสภาพกะโหลกแตก แขนขวาหักสองท่อน สภาพบ้านพังเสียหายทั้งหลัง และรถไถนาเดินตามยังถูกกิ่งไม้หักทับพังอีก 1คัน นอกจากนี้บ้านของนางปรม บรรดาสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 42 ขณะเกิดเหตุพักอาศัยอยู่ในบ้านกับหลานชาย อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนายหล่อพงษ์ กับนางสมใจ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่บ้านพังเกือบทั้งหลัง
อย่างไรก็ตามหลังจากพายุฤดูร้อนสงบลงนายสมพร บูรณขจร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ทุ่งวัง และนายมนูญ มั่นเฮง กำนันตำบลทุ่งวัง อ.สตึก ได้เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายพร้อมรายงานให้ทางอำเภอสตึกและจังหวัดทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้วเพื่อที่จะช่วยเหลือต่อไป







