
ของแพงซ้ำศก.
เงินเฟ้อทะยานตามราคาสินค้า177รายการดร.โกร่งคาดเศรษฐกิจปีนี้โต0%หรือติดลบเอดีบีประเมินไทยต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน
เงินเฟ้อทะยานตามราคาสินค้า177รายการดร.โกร่งคาดเศรษฐกิจปีนี้โต0%หรือติดลบเอดีบีประเมินไทยต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน
คนไทยอาการหนัก สินค้า 177 รายการขึ้นพรวดจนเงินเฟ้อพุ่ง 2.11% สูงสุดรอบ 9 เดือน เศรษฐกิจทรุดหนัก 0%
นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือน มี.ค. 2557 เท่ากับ 106.94 สูงขึ้น 2.11% เทียบกับเดือน มี.ค. 2556 และถือว่าขยายตัวสูงสุดในรอบ 9 เดือน นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2556
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. 2557 เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.22% ส่งผลให้เงินเฟ้อไตรมาสแรกสูงขึ้น 2% เทียบกับปีที่ผ่านมา
นางอัมพวัน กล่าวว่า สาเหตุที่เงินเฟ้อขยายตัวสูงสุดในรอบ 9 เดือน เพราะราคาสินค้าอาหารปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 4.46% เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำเพิ่ม 8.09% ไข่และผลิตภัณฑ์นม 4.03% ผักและผลไม้ 5.89% เครื่องประกอบอาหาร 3.75% อาหารบริโภคนอกบ้าน 4.39% อาหารบริโภคในบ้าน 3.24% น้ำมันเชื้อเพลิง 1.83% บุหรี่ เหล้า เบียร์ ไวน์ 5.13%
ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อแยกเป็นรายการสินค้าที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ 450 รายการ พบว่ามีสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นถึง 177 รายการ เช่น ข้าวสาร เนื้อหมู น้ำมันพืช อาหารจานเดียว และก๊าซหุงต้ม ราคาเท่าเดิม 203 รายการ ราคาลดลง 70 รายการ
ด้าน นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ประเมินว่า เศรษฐกิจในปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ 0% หรืออาจจะติดลบ เนื่องจากการเมืองเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจไม่ให้ขยายตัว ความเชื่อมั่นของประเทศลดลง การลงทุนของภาครัฐทำไม่ได้ และไม่มีรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศได้อย่างเต็มที่
ขณะที่ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้โตได้ 2.9% ต่ำสุดในอาเซียน แต่หากไม่มีรัฐบาลในไตรมาส 3 จะโตต่ำกว่า 2%
ธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ วิเคราะห์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% จนถึงสิ้นปีนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในปลายปีนี้อาจพุ่งไปใกล้แตะระดับ 3%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้ยังถือว่ามีเสถียรภาพพอประมาณ และการลดดอกเบี้ยลงในช่วงที่ผ่านมา ก็สามารถประคองเศรษฐกิจไปได้ระดับหนึ่ง และไม่ได้ถดถอยจนน่ากังวล
ขณะนี้การผ่อนคลายนโยบายการเงินช่วยได้แค่ทางยุทธวิธี คือ ประคองความรู้สึกคนไปเท่านั้น ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะรักษาได้สารพัดโรค







