
สะพานลูกบวบเริ่มทรุด-หวั่นอันตราย
สะพานลูกบวบข้ามแม่น้ำซองกาเลีย อ.สังขละบุรี เริ่มทรุดโทรม หวั่นอันตราย เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม วอนช่วยกันดูแล
สะพานลูกบวบข้ามแม่น้ำซองกาเลีย อ.สังขละบุรี เริ่มทรุดโทรม หวั่นอันตราย เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม วอนช่วยกันดูแล
จากกรณีสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ หรือ สะพานไม้ ถูกกระแสน้ำพัดขาดเป็นสองท่อน ยาวประมาณ 70 เมตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2556 ซึ่งหลังเกิดเหตุ ชุมชนชาวมอญ บ้านวังกะ หมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และหน่วยงานภาครัฐ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานลูกบวบขนานกับสะพานไม้เพื่อให้ประชาชนเดินไปมาหาสู่กันได้เป็นการชั่วคราว ตามโครงการ หนึ่งคน หนึ่งลำไม้ไผ่ ของ พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม องค์ปัจจุบัน การก่อสร้างใช้เวลาเพียงแค่ 6 วัน จึงแล้วเสร็จ ซึ่งแสดงถึงพลังแห่งศรัทธาทีมีต่อหลวงพ่ออุตตมะอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการซ่อมบูรณะสะพาน ที่จนถึงปัจจุบันทางจังหวัดยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งๆ สะพานพังเสียหายผ่านมาเป็นระยะเวลานานถึง 8 เดือนแล้ว นั้น
พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม กล่าวว่า สะพานลูกบวบที่ใช้งานมานานประมาณ 8 เดือน ไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุหลักเริ่มมีสภาพแห้งและทรุดโทรม ไม้ที่ยึดโยงมัดติดกับเสาสะพานไม้ หลุดออกจากกันเกือบทั้งหมด แต่ยังคงมีเหลืออยู่บางช่วงเท่านั้น ทำให้ปัจจุบันสะพานลูกบวบมีสภาพคดไป-มา มองด้วยสายตาคล้ายกับเลขแปด เนื่องจากถูกพัดไปตามกระแสลม สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำซองกาเลีย เริ่มมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว ส่วนบริเวณที่ยังคงมีปริมาณน้ำที่มากคือจุดที่เป็นลำห้วยเดิมที่อยู่กลางแม่น้ำ คือ จุดที่สะพานขาดออกจากกัน วัดระดับน้ำจากผิวน้ำลึกลงไปถึงท้องน้ำ ประมาณ 10-15 เมตร
ดังนั้นจึงได้ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งชาวบ้านที่จำเป็นต้องใช้เรือผ่านเข้า-ออกบริเวณสะพาน ให้ช่วยกันดูแลรักษา หากพบจุดใดจำเป็นต้องซ่อมก็ขอให้ช่วยกันซ่อมแซมที่จุดนั้นๆ ไปก่อน และสิ่งที่เป็นห่วงก็คือประชาชนหรือบุตรหลานที่จะเดินทางไป-มาหาสู่กันก็ขอให้ระมัดระวังในการใช้สะพาน เพราะไม้ไผ่เริ่มเสื่อมสภาพอาจจะเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาเที่ยวชมสะพานไม้และสะพานลูกบวบเป็นจำนวนมาก ดังนั้นขอให้ระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
สำหรับการซ่อมบูรณะสะพาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปแนวทางในการซ่อมบูรณะ และจากการประชุมหารือที่ผ่านมาในที่ประชุมเห็นควรว่าจะใช้วิธีการจ้างเหมา ซึ่งอาตมาและชาวบ้านไมได้ขัดข้อง แต่จะต้องยังคงอัตลักษณ์ของสะพานเอาไว้เช่นเดิม ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานให้ความช่วยเหลือด้วยการมอบเงินเพื่อให้นำไปซ่อมบูรณะสะพานผ่านทางจังหวัดกาญจนบุรี รวมแล้วเป็นเงิน 7,500,000 บาท ส่วนการประมาณการราคาค่าซ่อมบูรณะทราบว่าต้องใช้เงินสูงถึง 16.5 ล้านบาท ส่วนกำหนดเวลาที่จะเริ่มดำเนินการขึ้นอยู่กับทางจังหวัดเป็นผู้ตัดสินใจ







