ถวิลรอโปรดเกล้าฯกลับเข้าทำงานเลขาฯสมช.
เลขาสมช.เผยรอโปรดเกล้าฯกลับเข้าทำงาน คาดอีก 2 สัปดาห์ ยันต้องปฎิรูประบบราชการไม่เปิดช่องให้การเมืองแทรกแต่งตั้งโยกย้าย
เลขาสมช.เผยรอโปรดเกล้าฯกลับเข้าทำงาน คาดอีก 2 สัปดาห์ ยันต้องปฎิรูประบบราชการไม่เปิดช่องให้การเมืองแทรกแต่งตั้งโยกย้าย
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายอนุสิษฐ คุณากร และนายพรชาติ บุนนาค รองเลขาธิการสมช. นำคณะเจ้าหน้าที่สมช.เข้าพบหลวงปู่พุทธะอิสระเพื่อประสานงานเกี่ยวกับการกลับเข้ามาทำงานของเจ้าหน้าที่สมช.ที่ศูนย์ราชการอาคารบี เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ย้ายสถานที่ทำงานไปหลายแห่ง เช่น สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ล่าสุดมีกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมทำให้ไม่สะดวกในการเข้าทำงานจึงจะกลับมาทำงานในศูนย์ราชการตามปกติ
นายถวิล กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้กลับเข้ารับตำแหน่งอย่างเต็มตัวเนื่องจากยังมีขั้นตอนที่ต้องเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และเสนอให้มีการโปรดเกล้าฯคาดว่าอีก 2-3 สัปดาห์น่าจะได้กลับเข้าไปทำงานตามปกติ แต่ที่เดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยประสานงานให้กับเจ้าหน้าที่สมช. พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงการต่อสู้จนได้กลับเข้ารับตำแหน่งว่าเป็นเรื่องยากที่ข้าราชการจะต่อสู้ชนะอำนาจทางการเมืองที่ผ่านมาอาจไม่รู้กันว่าเป็นเรื่องน่ากลัวมาก
นายถวิล กล่าวอีกว่า การเมืองไม่ควรเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะจริง ๆ แล้วข้าราชการสามารถกดดันการเมืองได้ แต่ที่ผ่านมาข้าราชการเลือกที่จะก้มหัวให้ฝ่ายการเมือง ดังนั้นจึงอยากเสนอให้มีการปฏิรูประบบราชการโดยยึดต้นแบบจากข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขที่มีการเกาะกลุ่มกันในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ และการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม มีฝ่ายการเมืองเข้าแทรก ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญกำหนดให้สามารถตั้งสหภาพข้าราชการได้ จึงควรเร่งผลักดันให้มีกฎหมายลูกเพื่อขับเคลื่อนให้มีผลอย่างเป็นรูปธรรม
“การย้ายข้ามหน่วยงานไม่ควรเกิดขึ้นยกตัวอย่างคำสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ไปเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ของข้าราชการ ซึ่งฟังไม่ขึ้น เพราะผู้ว่าฯถนัดงานปกครองมาตลอดชีวิตการย้ายมาคุมงานประชาสัมพันธ์จึงไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่น่าจะเอื้อประโยชน์กับฝ่ายการเมือง หรืแม้แต่การย้ายทหารมาเป็นพลเรือน ซึ่งกฎหมายบอกว่าทำไม่ได้แต่ก็สามารถไปใช้ข้อยกเว้นโดยคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.)ในการแปลงสถานะเพื่อให้เข้าเงื่อนไขได้โดยไม่มีอุปสรรคเพราะนายกรัฐมนตรีก็เป็นประธานกพ. ซึ่งการย้ายข้ามหน่วยงานสร้างความเจ็บช้ำและอ่อนแอให้ข้าราชการหลายหน่วยงานที่ไม่สามารถเติบโตในหน่วยงานที่ตนเองเชี่ยวชาญได้ ดังนั้น จึงต้องเร่งให้มีปฏิรูป”นายถวิล กล่าว







