
ค้านเลือกตั้งโมฆะ-พท.นัดแต่งดำ
กลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) นำโดย วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่แถลงการณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
กลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) นำโดย วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่แถลงการณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้นำเอาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังและไม่ เกี่ยวข้องกับการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปมาเป็นฐานในการพิจารณา กล่าวคือ นำเอากรณีที่ ไม่สามารถรับสมัครเลือกตั้งได้ในเขตเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง มาอ้างว่าถ้ามีการเลือกตั้งทั่วไป ในเขตเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้งในภายหลัง ก็จะทำให้การเลือกตั้งทั่วไปไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ทั้งๆ ที่ย่อมเป็นไปได้เสมอที่อาจเกิด เหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยขึ้นในบางหน่วยเลือกตั้งอันอาจทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งในวันเดียวกันได้
ดังนั้น หากพิเคราะห์ในแง่ของการต่อสู้กัน ทางการเมืองแล้ว ย่อมเห็นได้ว่าอุปสรรคของการเลือกตั้งในครั้งนี้มาจากการร่วมมือกันของ กปปส.และบุคคลที่สนับสนุน คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ฉะนั้น การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงส่งผลหนุนเสริมปฏิบัติการต่อต้านระบอบประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง
ขณะที่ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า พรรคขอเรียกร้องให้ทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของ กปปส.แต่งกายในชุดดำพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24มี.ค. จนกว่ากลุ่ม กปปส.จะยุติการขัดขวางการเลือกตั้ง นอกจากนี้ อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประเทศเกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ พร้อมกับขอให้ กกต.เร่งดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำการขัดขวางการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาด้วย และทันทีที่มีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมจะลงสมัคร
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊กว่า ในวันนี้จะมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ซึ่งจะบอกว่าใครมีที่มาอย่างไร และคิดว่าสถานการณ์ในขณะนี้ใกล้เคียงกับที่เคยเกิดเมื่อปี 2549 เข้าไปทุกขณะ







