
ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มองค์กรอิสระ-บ้านพักตุลาการ
"อดุลย์" หวั่นปฏิกิริยาตอบโต้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญรุนแรง สั่งตำรวจดูแลความปลอดภัย องค์กรอิสระ-บ้านพักตุลาการ ผู้พิพากษา จี้สันติบาลหาข่าวกลุ่มหัวรุนแรง
"อดุลย์" หวั่นปฏิกิริยาตอบโต้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญรุนแรง สั่งตำรวจดูแลความปลอดภัย องค์กรอิสระ-บ้านพักตุลาการ ผู้พิพากษา จี้สันติบาลหาข่าวกลุ่มหัวรุนแรง
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ ซึ่งอาจส่งผลให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ฉวยโอกาสก่อเหตุแทรกซ้อนสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงต่อบุคคลและสถานที่ โดยเฉพาะที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญและบ้านพักตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มต่างๆ รวมทั้งสถานที่เชิงสัญลักษณ์ โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้ออกหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ลงวันที่ 21 มี.ค.กำชับการปฏิบัติไปยังหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ให้ ผบช.น. , ภ.1-9 และ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) เพื่อให้รักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยบุคคลตลอดจนสถานที่ที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุแทรกซ้อนหรือสร้างสถานการณ์รุนแรง โดยมีเนื้อหาดังนี้
1.1กำชับให้ ผบก.น. ผบก.ภ.จว.ให้กวดขันหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง เพิ่มความเข้มในการตรวจตรารักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงาน ป.ป.ช., ศาล และองค์กรอิสระอื่นๆ รวมทั้งบ้านพักตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้พิพากษา อย่างจริงจัง
1.2 หัวหน้าสถานีตำรวจ ต้องมอบหมายผู้รับผิดชอบในการประสานมาตรการรักษาความปลอดภัยกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษา และหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อวางระบบรับแจ้งเหตุให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วตลอดเวลา
1.3 ตั้งจุดตรวจจุดสกัด (ว.43) รอบพื้นที่เสี่ยง เพื่อคัดกรองบุคคล ยานพาหนะ เน้นการตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ปะทัดยักษ์ สิ่งเทียมอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย ถ่ายรูป ทำประวัติวัยรุ่น กลุ่มเสี่ยงและยานพาหนะต้องสงสัย รวมทั้งจัดสายตรวจ และตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่ ในรัศมี 400 เมตร เพื่อป้องกันการใช้อาวุธยิงวิถีโค้ง อย่างเข้มข้นและจริงจัง
1.4 ตรวจสอบสถานภาพและความพร้อมในการบันทึกภาพของกล้องวงจรปิดบนเส้นทางและสถานที่เป้าหมาย แล้วปรับมุมกล้องให้สามารถบันทึกภาพบุคคล ยานพาหนะ ในเส้นทางได้อย่างชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนจับกุม
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. กำชับผู้รับผิดชอบเพิ่มมาตรการเชิงรุกด้านการข่าว เพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของบุคคล กลุ่มบุคคล กลุ่มหัวรุนแรง ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ที่อาจสร้างสถานการณ์ก่อเหตุรุนแรงแทรกซ้อน
นอกจากนี้ยังให้พล.ต.ท.ปิยะ สอนตระกูล ผบช.สกบ. และ พล.ต.ท.อรรถชัย เกิดมงคล ผบช.ตชด. เตรียมชุดตรวจพิสูจน์ เก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด โดยมอบหมายผู้รับผิดชอบและกำหนดช่องทางการติดต่อประสานงานกับ บก.น. และ ภ.จว. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ทันทีเมื่อได้รับการประสานหรือได้รับคำสั่ง
ผบ.ตร.ยังมีคำสั่งให้พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. จัดเตรียมชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะให้พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติได้ทันที เมื่อได้รับการประสานหรือได้รับคำสั่ง
ให้ พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบช.สยศ.ตร. ปรับแผนการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ว.43 เข้มแข็ง ควบคุมอาวุธ ให้ครอบคลุมสถานที่เป้าหมาย โดยต้องมีความเชื่อมโยงทางยุทธวิธีกับจุด ว.43 และจุด ว.43 เคลื่อนที่ของทุก สน. เพื่อให้สามารถป้องกันก่อนเกิดเหตุ และสกัดกั้นจับกุมผู้กระทำความผิดหลังเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ







