
ยกเลิกสัญญาแท็บเล็ตโซน4
รมว.ศธ.แจ้งจัสมินฯสัปดาห์หน้ายกเลิกสัญญาฐานส่งแท็บเล็ตล่าช้าพร้อมสั่งปรับเป็นเงิน154.6ล้านบาท
รมว.ศธ.แจ้งจัสมินฯสัปดาห์หน้ายกเลิกสัญญาฐานส่งแท็บเล็ตล่าช้าพร้อมสั่งปรับเป็นเงิน154.6ล้านบาท
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน ว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานว่า คณะกรรมการฯ มีมติยกเลิกสัญญาซื้อขายแท็บเล็ต โซน 4 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 และครู (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เนื่องจากมีการส่งแท็บเล็ตล่าช้าเกินสัญญาที่กำหนด โดยสพฐ. จะส่งหนังสือยกเลิกสัญญาไปยังบริษัท จัสมินฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งภายหลังจากยกเลิกสัญญาเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัท จัสมินฯ จะต้องเสียค่าปรับรายวัน วันละ 0.2% ของมูลค่าแท็บเล็ตที่ยังไม่รับมอบ ซึ่งคำนวณออกมาแล้ว เป็นเงิน วันละ 1.5 ล้านบาท นับตั้งแต่วันครบกำหนดส่งแท็บเล็ต จนถึงขณะนี้เป็นเงินประมาณ 114.6 ล้านบาท รวมทั้งจะต้องยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน วางไว้กับทางธนาคาร ประมาณ 40 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งหมด ประมาณ 154.6 ล้านบาท
“โดยการยกเลิกสัญญาครั้งนี้เป็นไปตาม ระเบียบกรมบัญชีกลางที่ระบุว่า ถ้าบริษัทส่งแท็บเล็ตล่าช้า เกิน 10% ของวงเงินค้ำประกัน ให้ยกเลิกสัญญาได้ ซึ่งบริษัท จัสมินฯ ลงนามเซ็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.2556 ครบกำหนดส่งของล็อตแรก วันที่ 22 ธ.ค.2556 จากนั้นบริษัท จัสมินฯ มีหนังสือถึงสพฐ. กำหนดส่งของล็อตแรกเดือนก.พ. ล็อตสุดท้ายเดือนเม.ย.2556 ต่อมาวันที่ 6 ก.พ.บริษัท จัสมินฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งยกเลิกแผนการจัดส่ง ดังนั้นคณะกรรมการตรวจรับ จึงประชุมกับผู้แทนบริษัท จัสมินฯ ของให้เร่งทำแผนจัดส่งมาภายในวันที่ 4 มี.ค.จนถึงวันนี้เลยเวลาการจัดส่งแท็บเล็ตมาเป็นเวลาประมาณ 74 วัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้ทางคณะกรรมการพัสดุฯ จึงมีมติยกเลิกสัญญา และให้จัดประมูลใหม่”นายจาตุรนต์กล่าว และว่าอย่างไรก็ตามการเรียกร้องค่าเสียหายไม่ได้มีเฉพาะค่าปรับ จะมีการเรียกร้องให้บริษัท จัสมินฯ ชดใช้ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการประกวดราคาครั้งใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแพ่ง ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะเป็นผู้ฟ้องร้องแทนราชการ เช่นเดียวกันกรณีการยกเลิกโซนที่ 1 ป.1 (ภาคกลางและภาคใต้) และโซนที่ 2 ป.1(ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการประมูลแท็บเล็ตโซน 1,2 ได้มีการทดสอบการตกกระแทกไปแล้วเมื่อวันที่19 มี.ค.ที่ผ่านมา และจะมีการอีอ็อคชั่น วันที่ 26 มี.ค. เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา และสามารถส่งแท็บเล็ตให้เด็กได้ประมาณเดือนพ.ค.- มิ.ย. นี้ ส่วนการดำเนินการในโซนที่ 3 ชั้นม.1 (ภาคกลางและภาคใต้ ) สพฐ.ได้มีการเซ็นสัญญากับบริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น(ไทยแลนด์) จำกัด แล้วเมื่อวันที่11 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากนี้ทางบริษัท สุพรีม ฯ จะต้องส่งแท็บเล็ตให้ครบภายใน 90วัน หากมีปัญหาในการจัดส่งล้าช้าอีกก็คงต้องยกเลิกเช่นกัน







