posttoday
ป.ป.ช.สอยนิคมตกเก้าอี้ประธานวุฒิสภา

ป.ป.ช.สอยนิคมตกเก้าอี้ประธานวุฒิสภา

20 มีนาคม 2557

มติป.ป.ช.สอยนิคมตกเก้าอี้ปธ.วุฒิสภาฐานแก้รธน.ละเมิดกฎหมาย ขณะเจ้าตัวยอมรับผลตัดสินหลีกทางให้สุรชัยคุมวุฒิสภาแทน

มติป.ป.ช.สอยนิคมตกเก้าอี้ปธ.วุฒิสภาฐานแก้รธน.ละเมิดกฎหมาย ขณะเจ้าตัวยอมรับผลตัดสินหลีกทางให้สุรชัยคุมวุฒิสภาแทน


ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ให้นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา มีความผิดฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 291 เป็นเหตุให้สามารถถูกถอดถอนได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 จากกรณีได้ดำเนินการควบคุมการประชุมรัฐสภาระหว่พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของสว. โดยนายนิคมต้องยุติการปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราวทันทีจนกว่าวุฒิสภาจะมีมติ

นายประสาท พงษ์ศิวาภัย รองโฆษกคณะกรรมการป.ป.ช. แถลงว่า การกระทำของนายนิคม ในฐานะรองประธานรัฐสภาผู้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญทั่วไป) ครั้งที่6 วันที่ 4 ก.ย.2556 ครั้งที่7 วันที่ 6 ก.ย.2556 ครั้งที่ 8 วันที่ 9 ก.ย.2556 และครั้งที่ 10 วันที่ 11 และ 12ก.ย.2556 เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของสว. นายนิคม ได้รับญัตติให้ปิดอภิปรายทั้งที่มีผู้ขอแปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และ ผู้สงวนความเห็นรออภิปรายอยู่ จึงเป็นถือเป็นการตัดสิทธิ โดยได้ใช้เสียงข้างมากในที่ประชุมปิดการอภิปราย กระทำของนายนิคม จึงมีมูลความผิดฐานส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรค และมาตรา 291 อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 และ มาตรา 274 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 เห็นควรให้ประธานคณะกรรมการป.ป.ช.ส่งรายงานและเอกสารที่มีอยู่พร้อมทั้งความเห็นไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญต่อไป

นายประสาท กล่าวว่า ขณะนี้นายนิคมถือว่าต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าวุฒิสภาจะมีมติไม่ถอดถอนออกจากตำแหน่ง ส่วนปัญหาที่ว่าใครจะดำเนินการหน้าที่แทนนายนิคมเพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอนนั้นทางคณะกรรมการป.ป.ช.ไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ขอให้เป็นหน้าที่ของวุฒิสภาที่จะเป็นผู้ดำเนินการเอง ขณะที่ การดำเนินการไต่สวนนายนิคมในประเด็นความผิดทางอาญา คณะกรรมการป.ป.ช.จะต้องไต่สวนพยานเพิ่มเติม เพราะการเอาผิดทางอาญามีความจำเป็นที่คณะกรรมการป.ป.ช.ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่านายมีเจตนาจงใจที่จะกระทำความผิดหรือไม่อย่างไร 

“ยอมรับว่านายนิคมได้ขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 16 คน ซึ่งป.ป.ช.ได้ดำเนินการสอบปากบางส่วนไปแล้วและเห็นว่ามีข้อมูลเพียงพอที่จะให้คณะกรรมการป.ป.ช.มีความเห็นได้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไต่สวนพยานให้ครบแต่อย่างใด” นายประสาท กล่าว

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ยกฟ้องนายนิคมในประเด็นที่นายนิคมได้ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และ มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง และมาตรา 190 ว่าด้วยการกำหนดลักษณะของหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา รวมไปถึงการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนเพื่อแสดงความคิดเห็นในเชิงลบต่อกระบวนการสรรหาสว.

นายประสาท กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการไต่สวนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา เวลานี้คณะกรรมการป.ป.ช.อยู่ในระหว่างการตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากนายสมศักดิ์มีประเด็นที่ต้องทำการไต่สวนมากกว่านายนิคม โดยเฉพาะการเป็นผู้รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากสมาชิกรัฐสภาและนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะดำเนินการไต่สวนนายสมศักดิ์ได้เสร็จเมื่อไหรแต่ยืนยันว่าคณะกรรมการป.ป.ช.จะดำเนินการโดยเร็วอย่างแน่นอน

ขณะที่ นายนิคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบถึงมติของป.ป.ช.ว่า ยอมรับคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตามตนมองว่าเหตุผลที่ ป.ป.ช. นำมาตัดสินความผิดว่าตนสั่งปิดการอภิปราย ทั้งที่มีผู้อภิปรายค้างอยู่ ถือเป็นการไม่สมเหตุสมผล เพราะการสั่งปิดประชุมเป็นการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมต้องดำเนินการตามที่มีผู้เสนอให้ปิดการอภิปราย แต่เมื่อป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้วก็ถือว่ามีผล และต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ และหลังจากนี้จะเตรียมเอกสารเพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ในการพิจารณาถอดถอนตนให้ออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตามจากนี้ไปนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 จะทำหน้าที่รักษาการประธานวุฒิสภาแทนตนได้ทุกอย่าง ยกเว้นการปฏิบัติหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภา

“ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้วจะส่งเรื่องมายังวุฒิสภา เพื่อให้พิจารณาถอดถอนภายใน 20 วัน และต้องขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132(3) เพื่อประชุมพิจารณาถอดถอน และเชื่อว่าถึงตอนนั้นส.ว.ชุดใหม่น่าจะได้เข้ามาทำหน้าที่แล้ว แต่อาจจะฉุกละหุกบ้าง”นายนิคม กล่าว
               
ผู้สื่อข่าวถามระหว่างนี้หากมีการเสนอตั้งนายกฯคนกลางจะสามารถทำได้หรือไม่ นายนิคม กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับ
      
ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า เมื่อนายนิคมถูกชี้มูลความผิดแล้วต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และตนจะทำหน้าที่รักษาการประธานวุฒิสภาแทน แต่จะมีอำนาจทำได้แค่ไหนอย่างไร ช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการยุบสภา  ขอไปศึกษาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามที่มีหลายคนมองว่าเมื่อนายนิคม หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว จะเป็นจังหวะที่จะมีการเสนอชื่อนายกฯ คนกลาง เพื่อให้เข้ามาทำหน้าที่นั้น ประเด็นนี้ตนไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่ขอไปศึกษาในข้อกฎหมายอีกครั้งหนึ่งก่อน.

ป.ป.ช.สอยนิคมตกเก้าอี้ประธานวุฒิสภา ป.ป.ช.แถลงวันนี้


 

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน