ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือราษฎร
กาญจนบุรี-ในหลวง-ราชินีทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ
กาญจนบุรี-ในหลวง-ราชินีทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ
นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานความช่วยเหลือ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ โดยมี นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รองผวจ.กาญจนบุรี ให้การต้อนรับพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน ที่โรงเรียนพนมทวนชนูปถัมภ์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
สำหรับจ.กาญจนบุรี มีราษฎรที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือ 2 ราย คือ นางกี่ ทรัพย์สิน อยู่บ้านเลขที่ 128/18 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากมีสุขภาพไม่แข็งแรง ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด ไม่ได้ประกอบอาชีพ มีภาระดูแลน.ส.เล็ก ทรัพย์สิน น้องสาวมีอาการพิการตาบอด เป็นใบ้ และด.ญ.สุภาวดี พิมพ์เพ็ชร์ เหลนซึ่งกำลังอยู่ในวัยศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนท่าม่วงราษฎร์บำรุง และมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ มีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพียงเดือนละ 600 บาท จึงได้รับพระราชทานความช่วยเหลือในเรื่องทุนสนับสนุนการดำรงชีพ และทุนการศึกษาต่อเนื่องให้แก่ด.ญ.สุภาวดี
ขณะที่อีกรายคือน.ส.วนิดา สมานทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่60/9 หมู่ที่ 1 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเป็นผู้หารายได้เพียงลำพังด้วยการรับจ้างเย็บผ้า มีภาระดูแลนายสายัณห์ แก้วพินิจ สามีซึ่งมีร่างกายพิการ ขาอ่อนแรง เคลื่อนไหวลำบาก ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และเลี้ยงดูหลานอีก 5 คน ครอบครัวมีรายได้น้อย ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ มีภาระค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้านอยู่อาศัย ซึ่งเสียค่าเช่าเดือนละ 500 บาท สภาพที่อยู่อาศัยมีความทรุดโทรมและคับแคบ มีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงินนอกระบบประมาณ 25,000 บาท จึงได้รับพระราชทานความช่วยเหลือในเรื่องการสนับสนุนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและทุนประกอบอาชีพ
นอกจากนี้ องคมนตรี ผู้แทนสำนักราชเลขาธิการ รองผวจ.กาญจนบุรี และ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆได้ร่วมมอบถุงพระราชทาน จำนวน 500 ถุง แก่ราษฎรในพื้นที่อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี อีกทั้งยังรให้บริการการรักษาพยาบาลและบริการด้านทันตกรรมแก่ราษฎรในพื้นที่ จากหน่วยแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี รวมทั้งการให้บริการจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มาร่วมให้บริการด้านกฎหมายและให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย







