
มาตราการปลอบใจธุรกิจโดนหางเลขม็อบ
สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อและไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารประเทศแล้ว 45 เดือน ทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อและไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารประเทศแล้ว 45 เดือน ทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. จึงมอบหมายคณะทำงานที่มีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปกำหนดแนวทางในการช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน
ธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขานุการ ศรส. ระบุว่า เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ศรส.พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ตามที่คณะทำงานที่มี อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. เป็นประธานเสนอและมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการมาตรการให้ความช่วยเหลือต่างๆ
“ขอบเขตการให้ความช่วยเหลือนั้น จะให้การช่วยเหลือแก่ประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่ชุมนุมและนอกเขตพื้นที่ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม นับแต่เกิดเหตุชุมนุมและภายหลังการชุมนุมด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบการธุรกิจที่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือ จะต้องอยู่ในระบบภาษีและมีหลักฐานการประกอบธุรกิจชัดเจน” ธาริต กล่าว
สำหรับการให้ความช่วยเหลือประกอบด้วย 6 มาตรการหลัก คือ 1.มาตรการทางการเงิน ได้แก่ การยืดระยะเวลาชำระเงินต้น สนับสนุนเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการ โดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประสานขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินต่างๆ
2.มาตรการส่งเสริมการตลาด ได้แก่ จัดกิจกรรมเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยมีกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รับผิดชอบ 3.มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิต ปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการผลิต การฝึกอบรมผู้ประกอบการ โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และ สสว.รับผิดชอบ
4.มาตรการผ่อนปรนการชำระภาษี ได้แก่ การขยายกำหนดเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม การขยายเวลาการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม การขยายเวลายื่นชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยมีกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ
5.มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระยะสั้น ได้แก่ การให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น การผ่อนปรนค่าสาธารณูปโภค การลดค่าเช่า การจัดหาสถานที่ทำการค้า โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ
และ 6.มาตรการแรงงาน ได้แก่ การให้เงิน ช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อรักษาสภาพการจ้างงาน โดยมีกระทรวงแรงงานรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ศรส.ได้รับรายงาน สศช.เกี่ยวกับการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอันเ นื่องมาจากการชุมนุมทางการเมืองว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุชุมนุมเป็นต้นมา ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง เนื่องจากหลายประเทศได้ประกาศเตือนพลเมืองเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย และมีการยกเลิกหรือเลื่อนการจัดประชุมในประเทศไทยอีกหลายรายการ
อีกทั้งเหตุการณ์ความไม่สงบได้ส่งผลให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายใช้สอย และภาคธุรกิจชะลอการลงทุนเนื่องจากไม่มั่นใจในเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลง
อย่างไรก็ตาม สศช.ยังคงประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจที่ 3-4% เช่นเดิม







