posttoday
คดีลิขสิทธิ์หนังสือในไทย

คดีลิขสิทธิ์หนังสือในไทย

12 มีนาคม 2557

ไหนๆ ก็เล่าถึงคดีลิขสิทธิ์หนังสือที่ขึ้นศาลสหรัฐและดังระดับโลกไปแล้ว ก็เลยลองมาดูคดีลิขสิทธิ์ที่ขึ้นศาลไทยกันบ้าง แต่ก็เห็นจะต้องเป็นศาลสุดท้ายเลยคือศาลฎีกา ถึงจะพอมีการแผยแพร่กันได้บ้าง โดยไม่อาจพูดได้ว่าเสียรูปคดี ผู้เขียนก็เลยลองพยายามไปค้นมาอ่าน ลองย่อยดู ซึ่งย่อยในที่นี้คล้ายๆ กับย่อยอาหาร แต่ใช้สมองย่อยแล้วก็สรุปอีกทีหนึ่งเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น แล้วก็พบเรื่องที่น่าสนใจจากหนังสือ “รวมคำพิพากษาศาลฎีกาคดีลิขสิทธิ์” ที่รวบรวมและเรียบเรียงโดยศูนย์วิชาการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่ว่าน่าสนใจก็คือโจทย์เป็นบริษัทของนักประพันธ์ต่างชาติ ชื่อ อกาธ่า คริสตี้ ซึ่งท่านผู้อ่านที่อยู่ร่วมสมัยกับผู้เขียน หรือก่อนผู้เขียนจะรู้จักนักประพันธ์ผู้นี้ดี เธอเป็นนักประพันธ์ที่แต่งนิยายสืบสวนสอบสวนได้สนุกสนาน มีการหักมุขตอนจบ จนมีชื่อเสียงมาก ส่วนจำเลยเป็นบริษัทพิมพ์หนังสือและสำนักพิมพ์ในไทย แต่คาดว่าโจทย์ไม่ได้ฟ้องคนไทยที่เอางานเขามาแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยโดยไม่ได้ขออนุญาตทุกๆ คน เนื่องจากที่อ่านจากหนังสือที่อ้างถึงข้างต้นมีการกล่าวเพียงว่าฟ้องผู้แปลงานบางเล่มของโจทย์เป็นจำเลยที่ 7

ไหนๆ ก็เล่าถึงคดีลิขสิทธิ์หนังสือที่ขึ้นศาลสหรัฐและดังระดับโลกไปแล้ว ก็เลยลองมาดูคดีลิขสิทธิ์ที่ขึ้นศาลไทยกันบ้าง แต่ก็เห็นจะต้องเป็นศาลสุดท้ายเลยคือศาลฎีกา ถึงจะพอมีการแผยแพร่กันได้บ้าง โดยไม่อาจพูดได้ว่าเสียรูปคดี ผู้เขียนก็เลยลองพยายามไปค้นมาอ่าน ลองย่อยดู ซึ่งย่อยในที่นี้คล้ายๆ กับย่อยอาหาร แต่ใช้สมองย่อยแล้วก็สรุปอีกทีหนึ่งเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น แล้วก็พบเรื่องที่น่าสนใจจากหนังสือ “รวมคำพิพากษาศาลฎีกาคดีลิขสิทธิ์” ที่รวบรวมและเรียบเรียงโดยศูนย์วิชาการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่ว่าน่าสนใจก็คือโจทย์เป็นบริษัทของนักประพันธ์ต่างชาติ ชื่อ อกาธ่า คริสตี้ ซึ่งท่านผู้อ่านที่อยู่ร่วมสมัยกับผู้เขียน หรือก่อนผู้เขียนจะรู้จักนักประพันธ์ผู้นี้ดี เธอเป็นนักประพันธ์ที่แต่งนิยายสืบสวนสอบสวนได้สนุกสนาน มีการหักมุขตอนจบ จนมีชื่อเสียงมาก ส่วนจำเลยเป็นบริษัทพิมพ์หนังสือและสำนักพิมพ์ในไทย แต่คาดว่าโจทย์ไม่ได้ฟ้องคนไทยที่เอางานเขามาแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยโดยไม่ได้ขออนุญาตทุกๆ คน เนื่องจากที่อ่านจากหนังสือที่อ้างถึงข้างต้นมีการกล่าวเพียงว่าฟ้องผู้แปลงานบางเล่มของโจทย์เป็นจำเลยที่ 7

เรื่องของเรื่องก็คือว่า บริษัท อกาธ่า คริสตี้ ซึ่งชื่อเดียวกับนักประพันธ์หญิงที่ผู้เขียนที่กล่าวถึงข้างต้นมีตัวแทนอยู่ที่ประเทศไทยเพียง 1 คน คอยสอดส่องดูว่ามีใครละเมิดลิขสิทธิ์เขาบ้าง แล้วในที่สุดก็ได้พบว่ามีผู้นำเรื่องของอกาธ่า คริสตี้ ไปแปลถึง 28 เรื่อง(ดูตารางประกอบ)

ซึ่งนอกจากตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว เพียง 1 คนแล้ว บริษัท อกาธ่า คริสตี้ ก็ไม่เคยจัดให้มีหรืออนุญาตให้ผู้ใดในประเทศไทยจัดทำคำแปลเป็นไทย และโฆษณาคำแปลนั้นในประเทศไทย ก็เลยมีการฟ้องทั้งสำนักพิมพ์ กรรมการบริษัทอีก 4 คน รวมไปถึงผู้แปล งานวรรณกรรมบางเล่มของโจทย์ด้วย เรียกว่าตกเป็นจำเลยไล่เรียงกันไป ตั้งแต่ 17 เลยทีเดียว

ทั้งนี้ หนังสือของโจทย์ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในช่วงปี พ.ศ. 2522-2525 จำนวน 15 เรื่อง และช่วงปี พ.ศ. 2526-2536 อีกจำนวน 13 เรื่อง ส่วนสำนักพิมพ์ก็ได้รับอนุญาตจากผู้แปลทุกคนให้จัดพิมพ์หนังสือที่แปลเป็นภาษาไทยทั้ง 28 เรื่อง รวมถึงให้นำออกจำหน่ายได้โดยไม่จำกัดจำนวน สำนักพิมพ์หรือจำเลยจึงได้จัดพิมพ์หนังสือเหล่านั้นในช่วงปี พ.ศ. 2533-2538 รวมทั้งขายและเสนอขายแก่บุคคลทั่วไป

ประเด็นที่ศาลวินิจฉัยนั้น เนื่องจากเป็นการแต่งเรื่องและผู้แปลนำมาแปลในหลายช่วง โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยยังไม่มีพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์บ้าง หรือมีการแก้ไขพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์บ้าง นอกจากนี้ ยังพัวพันไปถึงองค์กรหรือความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ด้วย เนื่องจากเป็นการฟ้องร้องจากเจ้าของลิขสิทธิ์ที่เป็นต่างชาติ

ดังนั้น การพิจารณาของศาลจึงได้แบ่งงานวรรณกรรมทั้ง 28 เรื่อง ออกเป็นช่วงๆ ตามช่วงระยะเวลาที่มีการนำออกเผยแพร่หรือประกาศโฆษณา กล่าวคือ เป็นช่วง 7 เรื่อง 6 เรื่อง 11 เรื่อง และสุดท้ายเป็น 2 เรื่อง และ 2 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดศาลฎีกาได้ตัดสินว่างานวรรณกรรมของ อกาธ่า คริสตี้ เกือบทั้งหมดไม่ถือว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์ โดยผู้แปล ดังนั้น การทำซ้ำหรือนำออกโฆษณาโดยสำนักพิมพ์หรือจำเลยจึงถือเป็นการกระทำต่องานสร้างสรรค์วรรณกรรมที่แสดงออกในรูปแบบที่เป็นภาษาไทยโดยตรง ไม่ได้กระทำต่องานสร้างสรรค์วรรณกรรมต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ พูดง่ายๆ ก็คือว่า เมื่อผู้แปลไม่ผิด และถือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วผู้แปลอนุญาตให้สำนักพิมพ์ทำซ้ำ ขาย เผยแพร่ หรือโฆษณา สำนักพิมพ์จึงไม่ผิดไปด้วย ยกเว้น 2 เรื่อง คือ Nemesis และ Sleeping Murder

จะถูกผิดอย่างไร เหตุผลมีอะไร ก็คงต้องมาดูว่าศาลท่านแบ่งการพิจารณาเรื่องต่างๆ ออกอย่างไร

งานวรรณกรรมจำนวน 7 เรื่องที่อกาธ่า คริสตี้ แต่งและมีการโฆษณาครั้งแรกในประเทศ ในปี พ.ศ. 2499, 2501, 2502, 2504, 2505 และ 2507 ได้แก่เรื่อง Dead Man’s Folly, Ordeal by Innocence, Cat Among the Pigeons, Pale Horse, The Mirror Crack’ D From, Caribbean Mystery ตามลำดับ ยกเว้นเรื่อง Surprise Surprise ที่ไม่ปรากฏการโฆษณาครั้งแรก

ฉบับนี้ผู้เขียนคงต้องจบก่อน เนื่องจากเนื้อที่หมดพอดี คราวหน้าจะได้ดูกันในประเด็นสำคัญๆ ต่อไป

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา