
หยวนพ่นพิษธุรกิจกู้ดอกต่ำสะท้าน
ตลาดเกิดใหม่เสี่ยงเชื่อไทยไม่กระทบส่งออกได้อานิสงส์
ตลาดเกิดใหม่เสี่ยงเชื่อไทยไม่กระทบส่งออกได้อานิสงส์
หยวนอ่อนค่าส่งผลแครี่ เทรด สะเทือน เชื่อไทยรับอานิสงส์ซื้อวัตถุดิบมาผลิตส่งออก
ซีเอ็นบีซี เปิดเผยรายงานว่า การอ่อนตัวลงของค่าเงินหยวนของจีนอาจจะทำให้ต้นทุนของธุรกรรมแครี่ เทรด ของบริษัทต่างชาติพุ่งสูงขึ้น โดยความเสี่ยงดังกล่าวได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงของประเทศตลาดเกิดใหม่ นอกเหนือจากเรื่องของความผันผวนของค่าเงินที่ได้ส่งผลกระทบต่องบดุลของบริษัท
รายงานดังกล่าวอ้างความเห็นของธนาคารเจฟเฟอรี่ ที่เตือนบรรดานักลงทุนว่า ระดับหนี้ของบริษัทเอกชนในประเทศตลาดเกิดใหม่ ควรจะเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ยิ่งโดยเฉพาะกับความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทเอกชน
ธนาคารเจฟเฟอรี่ ระบุว่า บริษัทต่างๆ เช่น วิลมาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทผู้ค้าน้ำมันปาล์มในสิงคโปร์ได้รับประโยชน์จากการแข็งค่าของค่าเงินหยวน โดยในปีที่แล้วดอกเบี้ยเพียง 19 ล้านเหรียญสหรัฐ จากหนี้ 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพราะแครี่ เทรดที่กู้เงินดอกเบี้ยต่ำมาลงทุน
ขณะที่วิลมาร์ฯ ได้ผลกำไรจากดอกเบี้ยเงินฝากในสกุลหยวนมากกว่า 5% จากเงินฝากมูลค่า 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกัน วิลมาร์ฯ ได้จ่ายดอกเบี้ยจากการกู้ยืมระยะสั้น 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในอัตราแค่ 2.2% เท่านั้น
ธนาคารเจฟเฟอรี่ ระบุว่า หากแนวโน้มของเงินหยวนอ่อนค่าลงไปมากกว่านี้จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยของวิลมาร์ฯ ปรับตัวสูงขึ้นทันที
ปัจจุบันเงินหยวนได้อ่อนค่าลงอย่างไม่คาดคิดแล้วถึง 1.4% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่เดือน ก.พ. วันที่ 11 มี.ค. เงินหยวนอ่อนค่าลง 15 เบสิสพอยต์ อยู่ที่ 6.1327 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภาคการค้าไทยจะได้รับผลกระทบกรณีปรับลดอัตราอ้างอิงรายวันเงินหยวนไม่มากนัก เนื่องจากไทยนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าส่งออก จึงจะได้รับประโยชน์ในภาคการส่งออกมากกว่า เพราะนำเข้าวัตถุดิบจากจีนมาผลิตส่งออกไปยุโรปและสหรัฐ หากเป็นกลุ่มที่กำไรน้อยแนะนำให้ป้องกันความเสี่ยง 100% แต่ถ้ากำไรมากอาจซื้อแค่ 50% ของมูลค่าการค้า







