posttoday
ผบ.ตร.สั่งตั้งจุดตรวจเข้มกันขนถ่ายอาวุธ

ผบ.ตร.สั่งตั้งจุดตรวจเข้มกันขนถ่ายอาวุธ

11 มีนาคม 2557

รองผบช.น.เผยผบ.ตร.สั่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดเข้มป้องขนถ่ายอาวุธ วางมาตราการประทุษกรรมร้านทองในห้างสรรพสินค้า

รองผบช.น.เผยผบ.ตร.สั่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดเข้มป้องขนถ่ายอาวุธ วางมาตราการประทุษกรรมร้านทองในห้างสรรพสินค้า
 
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผบช.น. ฐานะดูแลงานป้องกันและปราบปราม เปิดเผยถึงมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบสถานการณ์การชุมนุมว่า ภายหลังจากที่มีเหตุพบระเบิดและอาวุธปืนอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงมีเหตุการณ์ทำร้ายกันหลายพื้นที่บริเวณพื้นที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จึงได้สั่งการเน้นการตรวจเพิ่มความเข้มขึ้นบริเวณพื้นที่การชุมนุม พร้อมทั้งการตั้งจุด ว.43 มั่นคง หรือจุดตรวจจุดสกัดด่านความมั่นคงซึ่งมีทั้งหมด 43 จุด ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติการเชิงรุก ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 06.00 น. ส่วนช่วงเวลา 06.00 น. -18.00 น.จะมีด่านความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั้งหมด 39 จุด โดยผลการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาจะสามารถจับอาวุธสงครามและอาวุธปืนได้ค่อนข้างมากประมาณ 150 – 160 กระบอก รวมถึงระเบิดที่เป็นประทัดยักษ์หรือระเบิดปิงปอง

พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวอีกว่า ชุดเคลื่อนเร็วที่ได้รับกำลังสนับสนุนจากบช.ภ.1 บช.ภ.2 บช.ภ.7 ทั้งหมด 15ชุด ขณะนี้ได้แบ่งกระจายตามพื้นที่บก.น.1-9 ซึ่งต้องการขยายพื้นที่การดูแลป้องกันปราบปรามอาชญากรรมช่วงนี้ให้กว้างขึ้น โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 05.00 น. เพื่อให้เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมและพื้นที่ของความมั่นคงที่มีพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมหรือฟังการปราศรัยบริเวณเวทีการชุมนุมต่างๆ ส่วนผลการปฏิบัตินั้น ก็มีการจับกุมได้อยู่อย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดหรือการตั้งด่านเคลื่อนที่ การเคลื่อนย้ายหรือการขนถ่ายอาวุธเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมจะทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น การที่สามารถจับกุมได้เป็นลักษณะของการป้องปรามว่า มีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังและตรวจตราอย่างเข้มข้นและมีผลการปฏิบัติที่จัดเจน

“กำลังในส่วนการปฏิบัติหน้าที่จะเน้นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ส่วนใหญ่ด้านความมั่นคงของบช.น.ทำให้กำลังสายตรวจที่ใช้ลดน้อยลง ผบ.ตร.จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดจากบช.ภ.1, 2, 7 ส่งกำลังเข้ามาเสริมเพื่อดูแลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็มีผลการปฏิบัติโดยสังเกตได้ว่า จำนวนเหตุอาชญากรรมเมื่อเปรียบเทียบจากปี 2556 ขณะนี้ได้ลดน้อยลงมาก ปัจจุบันเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุที่เกี่ยวข้องกับร้านสะดวกซื้อมาแล้วประมาณ 10 ราย และสามารถจับกุมคนร้ายก่อเหตุได้ถึง 6-7 ราย แสดงว่ามาตรการที่ได้ดำเนินการคือมาตรการทิ้งทุ่น การแสดงตัวของตำรวจ พร้อมทั้งนำกำลังตำรวจอาสาหรือชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเหลืองานตำรวจถือว่าได้ผล” รองผบช.น. กล่าว

เมื่อถามถึงมาตรการดูแลร้านทองหรือร้านสะดวกซื้อนั้น พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ร้านทองที่ถูกคนร้ายก่อเหตุจะเกิดขึ้นในบริเวณศูนย์การค้า อาทิ โลตัส บิ๊กซี ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์พูดคุยกับผู้บริหารห้างดังกล่าวแล้วว่า ถ้าไม่ติดลูกกรงเหล็กแล้วควรจะมีการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยไว้ด้วย และจัดรปภ.เข้ามาอยู่ในพื้นที่ซุ่มเสียงตามพื้นที่ศูนย์การค้าด้วย แต่เนื่องจากทางผู้บริหารห้างดังกล่าวมีแนวความคิดว่า การติดตั้งลูกเหล็กจะเป็นการทำให้เสียภาพลักษณ์

อย่างไรก็ตาม ก็ได้รับความร่วมมือจากทางศูนย์การค้าเป็นอย่างดี ส่วนร้านทองที่เกิดขึ้นจี้ปล้นปัจจุบันเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ราย จับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2ราย เหลืออยู่เพียงอีก 1 รายเท่านั้น ส่วนการแก้ไขปัญหาคนร้ายก่อเหตุปล้นธนาคารนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานให้ทางธนาคารต่างๆ เพิ่มมาตรการป้องกัน ยกตัวอย่าง ทางธนาคารกสิกรไทย ได้ระดมบุคคลากรจัดชุดรปภ.คอยตรวจตรา และจัดอบรมการดูแลความปลอดภัย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้อบรมและให้ความรู้ในการดูแลความปลอดให้กับรปภ.รุ่นแรกจำนวน 600 ราย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน