
ตร.ทางหลวงใช้"จ่าเฉย"ละลายพฤติกรรมเด็ก
ประจวบคีรีขันธ์-ตำรวจทางหลวงใช้ "จ่าเฉยเดอะซีรีส์" ละลายพฤติกรรมเด็กลดการเกิดอาชญากรรม
ประจวบคีรีขันธ์-ตำรวจทางหลวงใช้ "จ่าเฉยเดอะซีรีย์" ละลายพฤติกรรมเด็กลดการเกิดอาชญากรรม
พ.ต.ต.พันษา อมราพิทักษ์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 2 จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยตำรวจทางหลวง และตำรวจทางหลวงโครงการผู้รับใช้ชุมชน ร่วมกันจัดกิจกรรมตาม “โครงการชมรมยุวชนตำรวจ” ที่โรงเรียนบ้านบน อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อส่งเสริมให้ตำรวจทำงานเชิงรุก เดินเข้าหาและรู้จักการทำงานร่วมกับสังคม มุ่งเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ
ทั้งนี้ ทางจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เริ่มกิจกรรมโดยใช้โรงเรียนบ้านบน อ.กุยบุรี เป็นโรงเรียนนำรอง ก่อนที่จะขยายให้ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอตามโรงเรียนที่เป็นพื้นที่เสี่ยงและอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ สำหรับกิจกรรมในวันนี้ได้มีการเปิดวีดีทัศน์ จ่าเฉยเดอะซีรีส์ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของตำรวจร่วมกับชุมชน ที่สร้างจากเรื่องจริงในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้นักเรียนได้ดูและเข้าใจได้ง่าย ปัจจุบันหาดู จ่าเฉยเดอะซีรีส์ ได้ทางยูทูบ อีกด้วย นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ สุดทวี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบน ยังได้มอบประกาศเกียรติคุณ ให้กับ พ.ต.ต.พันษา สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 3 ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอบคุณที่จัดกิจกรรมดีๆขึ้นภายในโรงเรียน
พ.ต.ต.พันษา กล่าวว่า จากผลการวิจัยในปัจจุบันพบว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนทั่วประเทศกว่า 14 ล้านคน กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม และกำลังตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง ในจำนวนนี้มี 33% ที่มีปัญหาจากพัฒนาการในวัยเด็ก ทั้งถูกรังแก ถูกล้อเล่นเรื่องพ่อแม่ ถูกทุบตี พอโตขึ้นจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน มีโอกาสสูงในการก่ออาชญากรรม การเข้ามาฝึกเด็กเหล่านี้ให้มีการแสดงออกในทางที่ถูกต้องตาม “โครงการชมรมยุวชนตำรวจ” ทั้งการบำเพ็ญประโยชน์ การพัฒนาโรงเรียน ฯลฯ จึงเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและต้องเร่งทำเดินการให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางสถานีตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ ขนาด 6x10 เมตร ติดตั้งไว้ริมถนนเพชรเกษม โดยใช้ จ่าเฉยเดอะซีรีส์ เป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมรายละเอียดในการเข้าไปติดตามได้ทางเว็บยูทูบ เพื่อประโยชน์ของการประชาสัมพันธ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับชุมชนได้กระจายไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น







