
ตม.ไม่พบผู้ใช้พาสปอร์ตอิตาลี-ออสเตรียผ่านแดนในไทย
ตม.เผยไม่พบผู้ใช้หนังสือเดินทางอิตาลี-ออสเตรียที่ปรากฏเป็นผู้โดยสารเครื่องบินมาเลย์ผ่านแดนในไทย ยอมรับมีจุดอ่อนเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ
ตม.เผยไม่พบผู้ใช้หนังสือเดินทางอิตาลี-ออสเตรียที่ปรากฏเป็นผู้โดยสารเครื่องบินมาเลย์ผ่านแดนในไทย ยอมรับมีจุดอ่อนเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 10 มี.ค. พล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบก.สส.สตม.)ชี้แจงกรณีที่มีผู้นำหนังสือเดินทางของชาวอิตาลี และ ออสเตรีย ไปแสดงเพื่อโดยสารเที่ยว เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่ได้ขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. แต่เจ้าของหนังสือเดินทางได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้เดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าว และหนังสือเดินทางได้สูญหายไป
พล.ต.ต.วราวุธ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายลุยจิ อายุ 37 ปี ชาวอิตาลี พบว่า ผู้เสียหายได้เข้าในประเทศไทย เเละเเจ้งความหนังสือเดินทางหายที่สภ. กะทู้ เบื้องต้นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ยกเลิกหนังสือเดินทางดังกล่าวเเล้วเเละพบว่าไม่มีการนำกลับมาใช้ในประเทศไทยอีก เชื่อว่า หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว ไม่ผ่านด่านตรวจเพื่อออกจากประเทศไทยเเน่นอน ขณะที่ ชาวออสเตรีย นั้นไม่พบฐานข้อมูลว่าไปแจ้งความไว้พื้นที่ใด ซึ่งต้องรอตรวจสอบจากสถานทูตออสเตรเลียอีกครั้ง
เชื่อว่าไม่มีการปลอมแปลงหนังสือดินทางดังกล่าวในประเทศไทย ซึ่งจากการตรวจสอบฐานข้อมูลในไทยไม่พบว่า มีการใช้หนังสือเดินทางทั้ง 2 เล่ม ผ่านแดนออกไป ซึ่งหากมีการผ่านเข้าออก ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะมีขั้นตอนการตรวจสอบ คือ การดูกายภาพของผู้ถือหนังสือเดินทาง ลายน้ำ รูปเล่ม รูปถ่ายบนหนังสือเดินทาง นอกจากนี้ยังมีการนำระบบไบโอดาต้าเพจ เข้ามาใช้ โดยประเทศไทย มากว่า 5-6 ปีเเล้ว โดยหากไม่มั่นใจจะนำหนังสือเดินทาง เข้าเครื่องตรวจสอบเอกสารปลอม รุ่น vsc 6000 ซึ่งมั่นใจว่าเครื่องนี้ มีประสิทธิภาพในการตรวจที่ทั่วโลกนำไปใช้ เเต่หากคนร้ายจะมีการปลอมเเปลง ก็จะมีการใช้วิธีนำรูปหน้าคล้าย มาใช้ โดยคนจะใช้มักเดินทางประเทศที่สาม หนีสงคราม เเก๊งยาเสพติด เเละก่อการร้าย
ส่วนกรณีนี้ จะเชื่อมโยงเหตุก่อการร้ายหรือไม่ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเเน่ชัด รวมทั้งไม่เกี่ยวกับกรณีเเผ่นตรวจลงตราวีซ่าที่สูญหายไปด้วย
อย่างไรก็ ตามยอมรับว่า ยังมีจุดอ่อนในขณะนี้ เพราะการเชื่อมข้อมูลระหว่างประเทศยังไม่เชื่อมโยงกันทั่วโลก จึงไม่สามารถตรวจสอบ หนังสือเดินทางที่ถูกขโมยไปได้
ทั้งนี้จากการกวดขันจับกุมกลุ่มคนร้ายทำหนังสือเดินทางปลอมในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนลดลง ต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาจับกุมได้ 11 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นเเก๊งขนาดเล็กไม่ใช่เเก๊งใหญ่ สำหรับราคาซื้อขายหนังสือเดินทางปลอม 1 เล่ม มีตั้งเเต่หลักพันถึงหลักหมื่น ส่วนย่านที่พบมากที่สุดในอดีต คือ ซอยนานา เเต่ปัจจุบันลดน้อยลงเเล้ว โดยหลังจากนี้ไทยเตรียมนำระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ มาใช้ เเละประสานข้อมูลตำรวจสากล เพื่อป้องกันปัญหาการปลอมหนังสือเดินทาง







