
นายประกันลดเป้าอุ้มเอสเอ็มอี
บสย.เสนอหั่นเป้าการเป็นนายค้ำประกันเอสเอ็มอี หลังการเมืองพ่นพิษแบงก์ชะลอให้กู้
บสย.เสนอหั่นเป้าการเป็นนายค้ำประกันเอสเอ็มอี หลังการเมืองพ่นพิษแบงก์ชะลอให้กู้
นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.เตรียมจะเสนอต่อคณะกรรมการให้ปรับลดเป้าหมายการค้ำประกันสินเชื่อในปีนี้ลงจากเดิมที่มียอดค้ำประกัน 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) 3.28 หมื่นรายลงมา แต่ยังไม่มีการสรุปตัวเลขว่าจะลดลงในจำนวนเท่าไร เนื่องจากยังต้องรอตัวเลขไตรมาสแรกที่คาดว่าจะไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
สาเหตุที่ต้องปรับลดลง เพราะสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจส่งผลให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีมากขึ้น
นายวัลลภ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ บสย. เดือน ม.ค.ก.พ.ที่ผ่านมา มีเอสเอ็มอีใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อแค่ 7,280 ล้านบาท คิดเป็น 2,863 ราย ถือว่าไม่ถึงครึ่งและยังห่างจากเป้าหมายไตรมาสแรกที่กำหนดไว้ 1.97 หมื่นล้านบาท หรือ 6,498 ราย แบ่งเป็นเดือน ม.ค. มียอดค้ำประกัน 3,633 ล้านบาท คิดเป็น 1,404 ราย
ขณะที่ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยอดค้ำประกันแค่ 3,647 ล้านบาท คิดเป็น 1,458 ราย เนื่องจากเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตลดลงจากปัจจัยการเมืองที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปลายปี 2556 รวมถึงนโยบายปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่จำกัดวงเงินและชะลอการปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอี
ผู้บริหาร บสย.ยังกล่าวอีกว่า สำหรับหนี้เสียในการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.7% ของสินเชื่อที่ค้ำประกันทั้งหมดกว่า 2 แสนล้านบาท แต่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามรายงานของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เนื่องจากขณะนี้ยอดค้างชำระธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบสถาบันการเงินก่อนจะกลายเป็นหนี้เสียของบริษัทเพิ่มขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บสย.ได้เร่งติดตามผลกระทบจากทุกภาคส่วน ซึ่งร่วมประชุมหารือกับสถาบันการเงินด้วยการวางแผนร่วมกัน เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยได้มอบหมายให้ผู้บริหารสาขา บสย.ติดตามเป็นพี่เลี้ยงผู้ประกอบการและให้คำปรึกษาทางการเงิน หากลูกค้ากำลังประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่อง รวมทั้งปรับรูปแบบการทำงานที่เน้นเชิงรุกมากขึ้น และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ บสย.ยังมีโครงการค้ำประกันสินเชื่อพีจีเอส ระยะที่ 5 วงเงิน 2.4 แสนล้านบาท ที่ยังมีเหลืออยู่ 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งเปิดให้ขออนุมัติค้ำประกันได้ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2556 – 2558 เพื่อค้ำประกันให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง รายละไม่เกิน 3 ล้านบาท







