พท.ขอใช้ห้องประชุมสภาเปิดเวทีปฏิรูป
เพื่อไทย ขอใช้ห้องประชุมสภาจัดเวทีปฎิรูป นิคม ชี้ ออกพรฎ.เลือกตั้งอีกไม่ได้ เหตุจะนับอายุสภาฯลำบาก
เพื่อไทย ขอใช้ห้องประชุมสภาจัดเวทีปฎิรูป นิคม ชี้ ออกพรฎ.เลือกตั้งอีกไม่ได้ เหตุจะนับอายุสภาฯลำบาก
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. เวลา10.15น. นายสุนัย จุลพงศธร และ นายทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ได้เข้าพบนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ปฎิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการที่ไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ภายใน30วันนับจากวันเลือกตั้ง
นายสุนัย กล่าวว่า เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.ก็มีผู้สมัคร สส. ที่รู้ตัวว่าจะได้รับเลือกตั้งและเป็นว่าที่ สส. อยากปฏิบัติหน้าที่ แต่ด้วยปัญหาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ประกาศรับรองผลจึงอาจจะมีปัญหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งในวันที่ 8 มี.ค. สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยปริมณฑล จะจัดประชุมสัมมนา เรื่อง เปิดสภาเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย โดยมีนักการเมืองที่ลงสนามเลือกตั้งหลายคน เข้าร่วมพร้อมกับเครือข่ายประมาณ 300-400 คนเข้าร่วม จึงอยากขอใช้ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นสถานที่จัดงาน เบื้องต้นการประชุมสัมมนา จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.
ทั้งนี้ในช่วงเช้าจะมีสัมมนา เรื่อง เปิดสภาเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย เน้นกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีวิทยากรบรรยาย ได้แก่ นายสถิต ไพเราะ อดีตรองประธานศาลฎีกา, นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตส.ส.ร.ปี 40, นายพิชิต ลิขิตจิตสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมนักการเมืองชื่อดังเข้าร่วม ขณะที่ช่วงบ่ายจะเป็นการเปิดเวทีให้ตัวแทนภาคประชาชน จากองค์กรประชาธิปไตยทั่วประเทศ มาเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยแสดงความเห็น
นายนิคม กล่าวว่ายินดีที่จะให้องค์กรทุกภาคส่วน ทุกพรรคการเมืองใช้ห้องประชุมสภาฯ ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีองค์กรภาคประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ เข้ามาใช้สถานที่แล้วด้วย ส่วนการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ส่วนตัวเห็นว่าคณะกรรมการกกต.ควรมีการะประกาศผลการเลือกตั้งสส.ออกมาเพื่อให้ทราบว่าขณะนี้มีสส.แล้วจำนวนกี่คนจากนั้นจะได้เตรียมการในการเปิดประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยกับการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งอีกฉบับขึ้นมา เพราะจะเกิดความสับสนว่าจะนับอายุของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันไหน เนื่องจากปัจจุบันมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งอยู่แล้ว ดังนั้น กกต. ควรดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยอาศัยอำนาจของตนเองทันที







