posttoday
หมดความจำเป็น

หมดความจำเป็น

04 มีนาคม 2557

การยุบรวมเวทีการชุมนุม โดยเฉพาะเวทีที่ราชประสงค์ของกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ประกอบกับคู่ขัดแย้ง 2 ฝ่าย เริ่มมีท่าทีที่จะเจรจากันมากขึ้น ได้ส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียดมาหลายสัปดาห์ผ่อนคลายลง เห็นได้ชัดจากการที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. พุ่งทะยานสวนทางกับตลาดโลก

การยุบรวมเวทีการชุมนุม โดยเฉพาะเวทีที่ราชประสงค์ของกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ประกอบกับคู่ขัดแย้ง 2 ฝ่าย เริ่มมีท่าทีที่จะเจรจากันมากขึ้น ได้ส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียดมาหลายสัปดาห์ผ่อนคลายลง เห็นได้ชัดจากการที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. พุ่งทะยานสวนทางกับตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักธุรกิจยังไม่คลายกังวล คือ การออกประกาศตาม พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มใช้มาตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. และนานถึง 60 วัน

แม้จะเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะครบกำหนดในวันที่ 22 มี.ค. 2557 แต่หากพิจารณาสาเหตุที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจประกาศใช้ พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ประมวลได้ว่าผู้ชุมนุมมีการปิดสถานที่ราชการ ข่มขู่ข้าราชการไม่ให้ทำงาน ตัดน้ำ ตัดไฟสถานที่ราชการ รวมทั้งการสร้างสถานการณ์รุนแรง รวมทั้งศาลแพ่ง แม้จะไม่มีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศดังกล่าว แต่ก็ได้มีคำสั่งห้าม 9 ข้อ

รัฐบาลจึงแทบไม่มีเหตุให้ต้องคงประกาศตาม พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวไว้

ในทางกลับกัน การคงประกาศดังกล่าวไว้กลับส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจไทย จากการที่หลายประเทศออกประกาศเตือนไม่ให้ประชาชนในชาติตนเองเดินทางมาไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว รวมถึงการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากนักธุรกิจคู่ค้ารวมทั้งนักลงทุนหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางมาเจรจาการค้าการลงทุนในประเทศไทย

เมื่อผนวกกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่พบว่า เดือน ม.ค. ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจล้วนหดตัวหมด ตั้งแต่จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 0.1% หรือแทบไม่ขยายตัว การส่งออกก็หดตัว 1.5% ดัชนีการอุปโภคบริโภคหดตัว 1.5% ตามการใช้จ่ายที่ลดลง ขณะที่ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัว 8.6% เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนเลื่อนการลงทุนหรือขยายการลงทุนออกไป เพื่อรอประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง

หากปล่อยไปเช่นนี้เรื่อยๆ หลายสำนักประเมินว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกของไทยอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้

แม้ว่าการยกเลิกประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นทันตาเห็น แต่ก็ช่วยสร้างบรรยากาศทางการเมือง ลดความอึมครึมลง

ที่สำคัญคือ ช่วยฟื้นความมั่นใจในการเดินทางมาประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการมาท่องเที่ยว เจรจาการค้า การลงทุน

ประมวลแล้วจึงไม่มีสาเหตุใดที่รัฐบาลจะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับนี้ไว้ และยิ่งยกเลิกประกาศดังกล่าวก่อนกำหนดได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI