
กปปส.ถอยต่อลมหายใจเศรษฐกิจ
การประกาศยุบเวทีของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ต่อต้านรัฐบาล นอกจากจะลดอุณหภูมิการเมืองให้มีแสงสว่างที่ปลายถ้ำแล้ว
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การประกาศยุบเวทีของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ต่อต้านรัฐบาล นอกจากจะลดอุณหภูมิการเมืองให้มีแสงสว่างที่ปลายถ้ำแล้ว ยังเป็นน้ำทิพย์ชโลมเศรษฐกิจให้กลับมามีความหวังเล็กๆ ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
การชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสร้างผลกระทบกระเทือนทางเศรษฐกิจให้หนักหนาสาหัสมากขึ้น เพราะเวทีที่ตั้งแต่ละจุดถือว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ทั้งแยกราชประสงค์ แยกปทุมวัน แยกอโศก และถนนสีลม ผลกระทบเศรษฐกิจเกิดขึ้นตั้งแต่โรงแรม 5 ดาว ศูนย์การค้าหรูขนาดใหญ่ ร้านค้าระดับกลางและเล็กอีกจำนวนนับไม่ถ้วน รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยรถเข็น ต่างมียอดขายลดลงทำให้รายได้ผู้ประกอบการลด รายได้ลูกจ้างหายทั้งถูกลดเงินเดือนไปจนถึงเลิกจ้างเป็นการชั่วคราวและถาวร
ผู้บริหารห้างมาบุญครองออกมายอมรับว่าได้รับผลกระทบลูกค้าลดลงไป 2030% ขณะที่ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลยอมรับว่ายอดผู้ใช้บริการหายไป 40% ในส่วนของโรงแรมเซ็นทารา ผู้เข้าพักก็ลดลงไปจำนวนมากทั้งจากที่โรงแรมอยู่ใกล้ผู้ชุมนุม และได้รับผลกระทบจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกเข้ามาเที่ยวในไทย หรือเข้ามาก็ไม่พักแรมในกรุงเทพฯ แต่ไปพักในต่างจังหวัดแทน
ด้านผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะแพลทินัมแฟชั่นมอลล์ ที่เป็นพื้นที่ให้เช่าของร้านค้าขายเสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ ขนาดใหญ่ ก็ออกมาระบุว่า ลูกค้าที่มาเดินซื้อของหายไป 30% กระทบกับรายได้ของผู้เช่ากระทบไปถึงการจ้างแรงงาน เพราะผู้เช่าต้องลดต้นทุนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจเดือน ม.ค. 2557 ที่กระทรวงการคลังรายงานออกมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจเดือน ม.ค.ยังชะลอตัวรุนแรง ทั้งในด้านการใช้จ่ายภายในประเทศและการผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง
ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวติดลบ ที่สำคัญการส่งนำเข้าเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาขยายตัวติดลบ เป็นผลกระทบจากการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง และการส่งออกที่ไม่ขยายตัว รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือน ม.ค. 2556 อยู่ที่ระดับ 61.4 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 26 เดือน นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2554 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่พ่นพิษเศรษฐกิจไทยให้อยู่ในภาวะที่มืดมน
ดังนั้น เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ประกาศยุติชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยยุบเวทีตามแยกสำคัญทางเศรษฐกิจต่างๆ ไปรวมตัวที่สวนลุมพินีเพียงแห่งเดียว ทำให้เศรษฐกิจการค้าการขายที่เป็นหัวใจสำคัญของกรุงเทพฯ กลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้งหนึ่ง อย่างน้อยการเดินทางสัญจรที่สะดวกและมีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องกลัวลูกหลงให้บาดเจ็บล้มตาย ก็จะทำให้ทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อกลับมามีความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของเศรษฐกิจไทยแม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ท่ามกลางปัญหาการเมืองที่ยังไม่มีทางออกก็ตาม
ความหวังของเศรษฐกิจลำดับต่อไป คือ การประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้การท่องเที่ยวของไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนเดิม ซึ่งต้องลุ้นว่ารัฐบาลรักษาการจะต่ออายุ พ.ร.ก. ที่จะครบกำหนดในไม่กี่วันนี้อีกต่อไปหรือไม่ หากไม่ต่ออายุ พ.ร.ก. ก็จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นเป็นกำลังสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย แต่หากรัฐบาลทำการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป ก็จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ในภาวะยากลำบากและไม่มีตัวช่วยอีกต่อไป
ทั้งนี้ แม้ว่าการยอมถอยของผู้ชุมนุม โดยการยุติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ จะต่อลมหายใจให้กับธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่ได้การันตีว่าเศรษฐกิจไทยจะพ้นจากปากเหว ที่ผ่านมาสำนักพยากรณ์ทางเศรษฐกิจมองไปทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยหากไม่สามารถมีรัฐบาลได้ก่อนกลางปีนี้ จะอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรง กระทรวงการคลังประเมินว่า ณ ปัจจัยปัจจุบัน บนสมมติฐานมีรัฐบาลก่อนกลางปีนี้ เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ไม่ถึง 3% ต่อปี หากไม่ได้รัฐบาลก่อนกลางปีนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขยายตัวจะต่ำกว่าที่ประมาณการไว้มาก
ขณะที่ภาคเอกชนฟันธงว่า หากประเทศไม่มีรัฐบาลใหม่ก่อนกลางปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ไม่ถึง 1% ต่อปีเท่านั้น ยังไม่รวมกับสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลกที่ก็จับตาไม่กะพริบการเมืองไทย หากไม่มีรัฐบาลก่อนกลางปีนี้ก็จ้องลดเครดิตไทย เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากเศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ไม่มีคนมาแก้ปัญหานานเกินไป
ดังนั้น ปัญหาการเมืองยังเป็นปัจจัยเสี่ยงล็อกตายเศรษฐกิจไทยไม่ให้สามารถฟื้นจากโคม่า เพราะลำพังไม่มีปัญหาการเมืองเศรษฐกิจไทยก็อยู่ในอาการสาหัส เครื่องยนต์ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจดับหมดทุกตัว ทั้งการบริโภค การลงทุน การส่งออก และการใช้จ่ายภาครัฐ ทำให้เศรษฐกิจปี 2556 ขยายตัวได้เพียง 2.9% ต่อปี จากที่ประมาณไว้ 45% ต่อปี
มาวันนี้การเมืองที่ยังอยู่ในซอยตัน การบริโภคและการลงทุน ชะลอตัวรุนแรงมากขึ้น เพราะไม่มั่นใจอนาคตต่างเก็บเงินสดชะลอการบริโภคการลงทุนออกไปก่อน การใช้จ่ายภาครัฐก็อยู่ในภาวะท่อตัน เพราะรัฐบาลรักษาการไม่กล้าอนุมัติงบลงทุน การเบิกจ่ายเงินจาก พ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาท และ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าไว้ และยังมีปัญหาเพิ่มการทำงบประมาณปี 2558 ล่าช้า เพราะยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ทำให้เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะยิ่งนานวันยิ่งทรุด ตราบใดที่ประเทศยังไม่สามารถมีรัฐบาลใหม่ได้
ดังนั้น การถอยของมอบวันนี้ เป็นการต่อลมหายใจของธุรกิจในย่านการค้าที่สำคัญของประเทศให้พ้นจากวิกฤตเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจไทยพ้นหายนะ เพราะว่าวิกฤตการเมืองยังคงอยู่และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน







