posttoday
ส่องเงื่อนไขเปิดทางหย่าศึก

ส่องเงื่อนไขเปิดทางหย่าศึก

03 มีนาคม 2557

ความขัดแย้งทางการเมืองไทยยังไร้ทางออก ขณะที่ กปปส.ได้ปรับยุทธวิธีตามสถานการณ์ด้วยการยุบรวมเวทีเหลือแห่งเดียว คือ ที่สวนลุมพินี รอองค์กรอิสระชี้ขาดคดีทุจริตจำนำข้าวในอีก 12 เดือนข้างหน้า อีกทั้ง กปปส.และรัฐบาลต่างเปิดช่องพร้อมเจรจา เพียงแต่เงื่อนไขที่จะเข้ามาพูดคุยยังเป็นเส้นขนานอยู่

ความขัดแย้งทางการเมืองไทยยังไร้ทางออก ขณะที่ กปปส.ได้ปรับยุทธวิธีตามสถานการณ์ด้วยการยุบรวมเวทีเหลือแห่งเดียว คือ ที่สวนลุมพินี รอองค์กรอิสระชี้ขาดคดีทุจริตจำนำข้าวในอีก 12 เดือนข้างหน้า อีกทั้ง กปปส.และรัฐบาลต่างเปิดช่องพร้อมเจรจา เพียงแต่เงื่อนไขที่จะเข้ามาพูดคุยยังเป็นเส้นขนานอยู่

กปปส.ยุบเวทีกดดันรัฐบาล

ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การยุบรวมเวทีของ กปปส.เหลือเพียงสวนลุมพินีเป็นการถอยเพื่อรุกรอการชี้มูลคดีทุจริตจำนำข้าวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังสอบสวนอยู่ และ กปปส.เชื่อว่า ถ้ามีการชี้มูลเมื่อไร ทางเสื้อแดงจะไม่ยอมรับแน่ และสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการปะทะกัน กปปส.จึงไม่ต้องการอยู่ในสถานการณ์นั้น กรณีนี้จึงเป็นการถอยแต่แรงกดดันไปตกที่รัฐบาลและเสื้อแดง ซึ่งหาก ป.ป.ช.ชี้ว่า ยิ่งลักษณ์มีความผิด ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องดูว่ายิ่งลักษณ์จะยอมหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาอ้างตลอดว่าเป็นผู้เคารพในกติกาและระบอบประชาธิปไตย

“การยุบรวมเวทีช่วยให้ กปปส.ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมง่ายขึ้น เพราะถ้ายังเดินหน้าชุมนุมหลายเวทีก็เสี่ยงเป็นเป้าโจมตี และทำให้ถูกวิจารณ์ว่าไม่รักษาชีวิตผู้ชุมนุม”

อาจารย์รัฐศาสตร์ผู้นี้ กล่าวว่า เงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการเจรจาขึ้นได้จริงขณะนี้ ได้แก่ 1.ตีกันจนแต่ละฝ่ายงอมพระราม และเห็นว่าสู้กันต่อไปไม่ได้อะไรอีกแล้ว 2.ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตีกัน มีฝ่ายที่สามที่ไม่เข้าใครออกใครมีกำลังที่แข็งแกร่งกว่ามาหย่าศึก และบังคับให้ทั้งสองฝ่ายเจรจายอมความกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมก็จะถูกใช้กำลัง ซึ่งฝ่ายที่ 3 ไม่ได้มีเฉพาะกองทัพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมวลมหาประชาชนที่มหาศาลมากกว่าทั้งสองฝ่ายด้วย

3.เมื่อถึงจุดหนึ่ง มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ถือไพ่เหนือกว่ามาก และเปิดทางเชิงบังคับให้อีกฝ่ายที่อ่อนแอต้องยอมเจรจา เพื่อที่ฝ่ายที่เหนือกว่าจะได้ไม่ต้องเสียแรงออกกำลังบังคับจริงๆ เพราะจะเสียเลือด ซึ่งฝ่ายที่อ่อนแอย่อมรู้ตัวว่า ถ้าไม่ฉวยโอกาสนี้เจรจาก็จะต้องตีกันและตัวเองก็แพ้อยู่ดี และต่อรองอะไรไม่ได้เลย

ไชยันต์ บอกว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะไม่สุดโต่ง หากสภาวะสุญญากาศทางการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นจากฝีมือของขั้วการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่งที่เป็นคู่ขัดแย้ง รวมถึงหากมาจากขั้วอำนาจกลางที่ต้องการสลายความขัดแย้งของขั้วตรงข้ามทั้งสองฝ่าย และข้อเสนอนี้จะไม่สุดโต่ง หากคนที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางสามารถเป็นที่ยอมรับได้จากขั้วการเมืองคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายได้จริงๆ

“การที่คนจำนวนหนึ่งคิดว่าไม่ควรให้กฎหมายเป็นเงื่อนล็อก เป็นเพราะปกติคนไทยเราในชีวิตประจำวันก็ไม่เคยเห็นหัวกฎหมายอยู่แล้ว แต่จะเห็นหัวกฎหมายก็ต่อเมื่อเห็นหัวตำรวจหรือผู้มีอำนาจ อริสโตเติลบอกไว้ว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่งของความไร้เสถียรภาพ ความไร้ระเบียบทางการเมืองเกิดจากการยอมปล่อยให้มีการละเมิดกฎหมายเล็กกฎหมายน้อยกันอยู่เรื่อยๆ หรือเป็นประจำอยู่ สส.ก็เคยชินกับสิ่งนี้ทั้งในชีวิตประจำวันในฐานะที่เขาเป็นประชาชนคนหนึ่งอยู่แล้ว

“เมื่อใช้ชีวิตในรัฐสภาก็ทำในสิ่งที่เคยชินกันมาทั้งชีวิต หรือถ้ามาขับเคลื่อนมวลชนก็พร้อมที่จะละเมิดกฎหมาย ผู้คนก็ไม่ว่าอะไร เพราะโดยปกติมันก็ละเมิดกันอยู่แล้ว พอละเมิดมากขึ้นก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาด่ามาว่ามาต่อสู้ เพราะปกติในแต่ละวันก็ละเมิดกฎหมายอยู่แล้ว ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ พอนายสั่งก็เอาซะหน่อย พอเอาซะหน่อย ประชาชนก็เคารพสักหน่อย พ้นไปสองสามวันก็กลับมาเหมือนเดิม” ไชยันต์ ระบุ

แบ่งแยกดินแดน เกมขู่รุนแรง

ไชยันต์ ระบุว่า การปลดล็อกกฎหมายเพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่กลับเป็นสิ่งที่เคยชินอยู่ในสังคมไทย หากคนไทยยอมรับว่านี่คือวิธีแก้ที่ไม่สุดโต่ง ก็คงต้องยอมรับว่า นี่คือวิถีแบบไทย วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไทยๆ ซึ่งคนไทยอาจต้องยอมรับในที่สุด!

สำหรับวาทกรรม สงครามกลางเมือง ขณะนี้ไม่ได้ถูกปลุกขึ้นโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยลำพัง แต่ทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าพาประเทศเข้าสู่กระแสสงครามกลางเมือง โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กระแสสงครามกลางเมืองและการแยกประเทศมีโอกาสเกิดขึ้นได้กว่าวิกฤตทุกครั้งที่ผ่านมา

“เรื่องการแบ่งแยกดินแดนตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น เขาก็คงต้องการเล่นเกมแรง ก็เพื่อสร้างการข่มขู่ได้ระดับหนึ่ง แต่มันจะแบ่งได้จริงหรือไม่ เป็นแบบสงครามกลางเมืองเหมือนในอเมริกาที่ฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ฆ่ากันหรือไม่ ก็ต้องดู แต่สภาพจริงตอนนี้มันก็เหมือนแบ่งแยกอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้สามารถมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะเด็ดขาดได้หรือไม่ ไชยันต์ตอบว่า “เป็นไปได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่า ‘ชัยชนะเด็ดขาด’ และขึ้นอยู่กับว่าเป็นชัยชนะเฉพาะหน้าหรือชัยชนะในระยะยาวด้วย คำว่า เด็ดขาด นี้ไม่ใช่ดูแค่วันนี้พรุ่งนี้ แต่ต้องดูกันเป็นปีด้วยซ้ำ ดูอย่างเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ชัยชนะเด็ดขาดคืออะไร แล้วเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 หมายความว่าอะไร หรือดูกรณีอาหรับสปริงในกรณีของอียิปต์ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็น อียิปต์โมเดล แล้วขณะนี้ตอบหรือฟันธงเด็ดขาดได้หรือยัง” ไชยันต์ ตั้งคำถามทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน