posttoday
ส่งศาลเช็กบิลรัฐสิ้นสภาพ3มี.ค.

ส่งศาลเช็กบิลรัฐสิ้นสภาพ3มี.ค.

03 มีนาคม 2557

ประเด็นข้อกฎหมายที่วิพากษ์วิจารณ์กันขณะนี้ คือ รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะหมดสภาพในวันที่ 3 มี.ค. หลังจากไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 มี.ค. โดยคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กำลังนำมาเป็นเงื่อนไขใหม่สำหรับการต่อสู้ขับไล่รัฐบาล

ประเด็นข้อกฎหมายที่วิพากษ์วิจารณ์กันขณะนี้ คือ รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะหมดสภาพในวันที่ 3 มี.ค. หลังจากไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 มี.ค. โดยคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กำลังนำมาเป็นเงื่อนไขใหม่สำหรับการต่อสู้ขับไล่รัฐบาล

ไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา และแกนนำกลุ่ม 40 สว. เปิดเผยว่า กลุ่ม สว.กำลังรวบข้อมูลและเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป คาดว่าหลังจากวันที่ 4 มี.ค.นี้ จะมีความชัดเจนออกมา เพราะเป็นเวลาที่คิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะหมดวาระรักษาการอย่างเป็นทางการ

แกนนำกลุ่ม 40 สว. ระบุว่า สำหรับช่องทางตามกฎหมายที่จะใช้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ 3 ช่องทาง ประกอบด้วย 1.การให้ สว.เข้าชื่อ 1 ใน 10 เพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาให้ส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ซึ่งเป็นการนำเอาบทบัญญัติว่าด้วยการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีมาเทียบเคียง

2.การใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 214 แต่ช่องทางนี้จะใช้ได้ต่อเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และต้องให้องค์กรที่เป็นคู่ขัดแย้งเป็นผู้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

3.อาศัยเหตุที่มีข้อสงสัยว่า คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดของคณะรัฐมนตรีในช่วงที่ไม่สามารถเปิดสภาและเลือกนายกรัฐมนตรีได้ทันตามกรอบเวลาของรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ และส่งให้ศาลปกครองเป็นผู้พิจารณาคำสั่งดังกล่าวของรัฐบาล หากศาลปกครองเห็นว่าคำสั่งของรัฐบาลไม่ชอบตามกฎหมายจะเท่ากับว่ารัฐบาลต้องพ้นสภาพไปในตัว

ด้าน เสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในฐานะที่เป็นคนแรกๆ ที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมาผ่านทางเฟซบุ๊กให้ความเห็นว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องเปิดประชุมรัฐสภาภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง และบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันเปิดประชุมรัฐสภานัดแรก ซึ่งจะครบในวันที่ 2 เม.ย. จากกำหนดระยะเวลาจึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าการรักษาการของรัฐบาลมีเวลาจำกัด ซึ่งเท่ากับว่าหากยังไม่ได้ สส.ครบอย่างน้อย 95% เพื่อเปิดสภาเลือกนายกรัฐมนตรีภายในระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดรัฐบาลจะต้องพ้นสภาพไปโดยปริยาย

“ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. จะไม่มีรัฐบาลรักษาการอีกต่อไป รัฐบาลไม่มีอำนาจหน้าที่จะบริหารประเทศ ไม่อาจประชุมหรือไม่มีอำนาจสั่งการข้าราชการและหน่วยงานราชการทั้งหมด หากคณะรัฐมนตรีฝ่าฝืนสั่งการ หรือทำหน้าที่ต่อก็อาจกลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดทางอาญามาตรา 157” เสรี ระบุ

อดีตรองประธาน ส.ส.ร. กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้อาจเป็นเงื่อนไขให้ศาลรัฐธรรมนูญสามารถเข้ามาวินิจฉัยชี้ขาดได้ หากเกิดกรณีที่มีส่วนราชการใดปฏิเสธไม่ทำตามคำสั่งของรัฐบาล เพราะมีความสงสัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งที่ออกมาจากรัฐบาล จะเข้าเงื่อนไขที่เป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรที่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถพิจารณาได้ทันที

ขณะที่ ประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับมองว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้มีบทกำหนดสภาพบังคับเด็ดขาดว่าถ้าไม่มี สส.ครบจำนวน หรือเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ภายในเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะมีผลต่ออายุของรัฐบาลรักษาการ โดยคิดว่ากรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดขึ้นมานั้นมีลักษณะเป็นเพียงบทเร่งรัดเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ในรัฐธรรมนูญมาตรา 300 บัญญัติให้ต้องมีพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญภายใน 1 ปี ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ประกาศใช้ ซึ่งปรากฏว่าปัจจุบันก็ยังไม่มีการตราร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวออกมา แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติต่อไปอีกว่าหากดำเนินการไม่ทันตามรัฐธรรมนูญแล้วจะมีผลหรือจะต้องทำอย่างไรต่อไป โดยถึงที่สุดแล้วคงจะต้องเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน