
ผบ.ทบ.สั่งฟันสปป.ล้านนาคิดแยกประเทศ
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งแม่ทัพภาค 3 ฟัน "สปป.ล้านนา" เคลื่อนไหวผิดกฎหมายร้ายแรง เตือนแบ่งแยกประเทศทำไม่ได้
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งแม่ทัพภาค 3 ฟัน "สปป.ล้านนา" เคลื่อนไหวผิดกฎหมายร้ายแรง เตือนแบ่งแยกประเทศทำไม่ได้
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พบมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนบางกลุ่มในพื้นที่ภาคเหนือ มีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยใช้ชื่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา (สปป.ล้านนา) โดยฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า การแสดงออกในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย ไม่สร้างสรรค์ และไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์
"ขณะนี้ ผบ.ทบ. ได้สั่งการ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาค 3 ไปดำเนินการทางด้านกฎหมายแล้ว" พ.อ.วินธัย กล่าว
รองโฆษก ทบ. กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ ต้องให้ความระมัดระวังด้วย การดำเนินกิจกรรมในบางลักษณะถือเป็นการทำผิดกฎหมายร้ายแรง
"การแสดงออกถึงความแตกต่างทางความคิดคงเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญพึงกระทำได้ภายใต้กรอบ แต่การแสดงออกถึงความต้องการจะแบ่งแยกประเทศ ถือว่าอยู่นอกกรอบคงไม่สามารถกระทำได้" รองโฆษก ทบ.กล่าว
ด้าน พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การข่าวของทางกองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการตรวจสอบมาโดยตลอด เรื่องแบ่งแยกประเทศ และเมื่อเห็นว่า เข้าข่ายรุนแรง จึงได้สั่งการให้มณฑลจังหวัดทหารบกเชียงใหม่ และมณฑลทหารบกพะเยา ไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่ม สปป. ล้านนา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ได้แจ้งความฐานกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 113 ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
และมาตรา 114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎร ให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฎ แล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สามปีหรือสิบห้าปี
แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ (28 กพ.57) ที่ผ่านมา ได้ใช้อำนาจผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกองทัพภาคที่ 3 เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัดเข้าประชุม เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยสอดส่องดูแล และตรวจสอบการดำเนินการใดๆ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพไม่สามารถสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดได้ เพราะไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพียงแต่ขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และทางกองทัพภาคที่ 3 ได้จับตาดูพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของกลุ่ม สปป.ล้านนา และกลุ่มรักเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานความคืบหน้านี้ให้กับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) รับทราบ ในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ซึ่งจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ (3 มี.ค.)
แม่ทัพภาคที่ 3 ยืนยันว่า ทหารทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่เคยเลือกข้าง และยอมรับการข่าวในพื้นที่ภาคที่ 3 มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจสร้างความเข้าใจผิดกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม สปป.ล้านนา ที่มีการตั้งเชื่อคล้ายกับการจัดตั้งรัฐใหม่ ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา และรัฐธรรมนูญ







