
ความฝันที่กำลังจะกลายเป็นจริง
แบรด พิตต์, มิชาเอล ชูมัคเกอร์ หรือแม้แต่ สตีเฟ่น ฮอว์คิง รวมทั้งผู้มั่งคั่งจากทั่วโลกอีก 580 ท่าน
แบรด พิตต์, มิชาเอล ชูมัคเกอร์ หรือแม้แต่ สตีเฟ่น ฮอว์คิง รวมทั้งผู้มั่งคั่งจากทั่วโลกอีก 580 ท่าน เฝ้ารอการผจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตที่จะได้ล่องลอยไปในอวกาศกับบริษัท เวอร์จิน กาแล็กติก (Virgin Galactic) สนนราคา 2.5 แสนเหรียญสหรัฐต่อคน
ทันทีที่ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัย เครื่องบินอวกาศ สเปซชิปทู (SpaceShipTwo) ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับความสูง 110 กม. ด้วยความเร็ว 4,000 กม./ชม. ณ จุดนั้น โลกที่เรามองเห็นจะเหมือนกับโอเอซิสทรงกลมสีฟ้าสลับขาวที่ลอยอยู่ท่ามกลางอวกาศอันมืดสนิท
ผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับสุดยอดประสบการณ์การลอยตัวในสภาวะไร้น้ำหนักเป็นเวลา 5 นาที ก่อนที่จะพุ่งตรงกลับมากลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ในรัฐนิวเม็กซิโก การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาร่วม 2 ชม. คิดเป็นเงินราว 2,083 เหรียญสหรัฐ/นาที
ราคานี้รวมค่าเช่าชุดอวกาศและปีกมนุษย์อวกาศ 1 ชุด อันเป็นรางวัลเกียรติยศประดับให้ผู้ร่วมบิน กล้องดีวีดีบันทึกทุกอิริยาบถตลอดเที่ยวบิน และที่ขาดไม่ได้ก็คือประสบการณ์ที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา
บินทะลุกำแพงเสียงไปกับเครื่องบินอวกาศ
นักท่องอวกาศต่างเฝ้ารอเที่ยวบินในฝันนี้ ลานบินและท่าอวกาศยานเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกที่ชื่อว่า สเปซพอร์ท อเมริกา (Spaceport America) ถูกสร้างขึ้นมาบนทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโก เครื่องบินไอพ่นไวท์ไนท์ทู (WhiteKnightTwo) ซึ่งทำหน้าที่บรรทุกเครื่องบินอวกาศสเปซชิปทูขึ้นไปยังระดับความสูง 15 กม. รวมถึงตัวสเปซชิปทูเองต่างก็พร้อมที่จะปฏิบัติการ
การทดลองบินครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ เม.ย. 2556 ในครั้งนั้นสามารถบินได้ด้วยความเร็ว 1.2 มัค ที่ความสูง 17 กม. ทำให้ ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษเจ้าของเวอร์จิน กาแล็กติก กล่าวอย่างดีใจว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่งดงามและเป็นการทดลองบินครั้งสำคัญที่สุดตั้งแต่เวอร์จิน กาแล็กติก เปิดดำเนินโครงการมา”
ห้องโดยสารสุดมันส์
สเปซชิปทูสามารถบรรทุกนักบิน 2 คนกับผู้โดยสารอีก 6 คนขึ้นไปพร้อมๆ กัน และยังมีที่ว่างซึ่งกว้างมากพอสำหรับการทดลองลอยตัวอย่างอิสระเพื่อที่จะได้รับรู้ถึงสภาวะไร้น้ำหนักในช่วงเวลา 45 นาที อายุสูงที่สุดที่ขึ้นโดยสารได้อยู่ที่อายุ 90 ปี ในขณะที่เด็กๆ ก็ไม่ได้ถูกห้ามหากพิสูจน์ให้เห็นได้ว่ามีความพร้อมที่จะบินขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับผู้โดยสารท่านอื่นๆ ซึ่งทุกคนจะต้องได้รับการยืนยันจากแพทย์ก่อนขึ้นเครื่องอีกด้วย
ค่าตั๋วในอนาคตอาจลดลง
ภายในปี 2024 เวอร์จิน กาแล็กติก คาดว่าจะส่งผู้โดยสารขึ้นสู่อวกาศได้ราว 3 หมื่นคน ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับการผจญภัยในอวกาศก็คงลดลงไปไม่น้อย แต่ก็ไม่ถึงกับถูกเสียทีเดียว แบรนสัน ให้ความเห็นว่าราคาตั๋วที่ลดลงนี้จะเป็นผลพวงจากความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวด ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มจำนวนเครื่องบินท่องอวกาศขึ้นมาได้เรื่อยๆ
“เป็นความตั้งใจของผมที่จะทำให้การท่องอวกาศเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ในแง่ของค่าใช้จ่าย เด็กๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในตอนนี้และมีความฝันที่จะออกไปสัมผัสชีวิตในอวกาศก็สามารถทำความฝันให้กลายเป็นจริงได้เมื่อพวกเขาโตขึ้น” แบรนสัน ระบุ
คู่แข่งกำลังจะตีตื้น
ริชาร์ด แบรนสัน ไม่ใช่ผู้เดียวที่เสนอแพ็กเกจทัวร์อวกาศนี้ออกมา ยังมีบริษัทอย่าง เอ็กซ์คอร์ แอโรสเปซ (XCOR Aerospace) จากแคลิฟอร์เนียที่ซุ่มพัฒนาแนวคิดคล้ายๆ กันนี้อยู่อีกด้วย
ในปี 2015 เอ็กซ์คอร์จะเปิดตัวเครื่องบินติดจรวดลิงซ์มาร์ค 2 (Lynx Mark II) ที่มีความยาว 9.1 เมตร ซึ่งจะบินที่ระดับความสูง 100 กม. ด้วยราคาประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าค่าตั๋วของเวอร์จิน กาแล็กติก กว่าครึ่ง
ในปี 2014 บริษัทก็อาจจะเสนอเที่ยวบินที่จะบินขึ้นไปกับลิงซ์มาร์ค 1 ที่ระดับความสูง 60 กม.ด้วย ในแต่ละเที่ยวบินจะมีช่วงเวลาประมาณ 56 นาทีที่ทุกคนได้เข้าไปอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก ทว่าผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกออกจากที่นั่ง หากเป็นไปตามแผนเอ็กซ์คอร์จะส่งเครื่องบินขึ้นไปวันละ 4 เที่ยว ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจองตั๋วเข้ามาแล้วจำนวน 175 คน และทุกคนก็กำลังรอคอยอย่างมีความหวัง







