
บิ๊กเหล่าทัพหนุนเจรจาปึ้งลาก 'บันคีมุน' ลงพื้นที่
บรรดาผู้นำเหล่าทัพต่างออกมาสนับสนุนให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เจรจา
บรรดาผู้นำเหล่าทัพต่างออกมาสนับสนุนให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เจรจากับ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อคลี่คลายวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง ขณะที่ยิ่งลักษณ์และคนในพรรคเพื่อไทยกลับบ่ายเบี่ยงวิธีเจรจาอย่างเปิดเผย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า กองทัพพร้อมสนับสนุนการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรี กับแกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แต่การเจรจาจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่าย ซึ่งต้องใช้เวลา
เช่นเดียวกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. กล่าวว่า การเจรจาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ก็น่าจะอยู่ในวงจำกัด แต่น่าจะได้ผลรับที่ดี
ด้านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ คงยืนกรานไม่ขอให้มีการถ่ายทอดสดการเจรจา และอยากให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน
“ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยกันก่อน และต้องมีหลายฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหา ดิฉันไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้ แต่ต้องมาจากการตัดสินใจของประชาชนทั้งประเทศ” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวว่า นายกฯ ไม่ควรให้เกียรติสุเทพ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีกบฏ และคดีอื่นอีกหลายคดี
ขณะที่สุเทพ ปราศรัยที่เวทีสีลมว่า ความขัดแย้งมีอยู่ 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาลกับภาคประชาชน จะนำใครมาเป็นคนเจรจาร่วมได้อีก มีการเรียกร้องให้ บันคีมุน เลขาธิการ สหประชาชาติ มาเป็นคนกลาง ทำไมต้องนำบันคีมุนมาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องในประเทศ
เสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการ ต่างประเทศ กล่าวว่า การเชิญบันคีมุน เลขาธิการ สหประชาชาติ มาประเทศไทย ได้ดำเนินการไปในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่เลขาฯ ยูเอ็นได้ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย โดยในถ้อยแถลงระบุว่า ยูเอ็นยินดีจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้
“ประเทศไทยก็ต้องขอบคุณเลขาฯ ยูเอ็นที่ให้ความสนใจในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทยอย่างใกล้ชิด ทำให้รัฐบาลต้องมีท่าทีตอบรับข้อเสนอของ ยูเอ็น ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกยูเอ็นที่พร้อมรับฟังเสียงของยูเอ็น” เสข กล่าว
อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวอีกว่า การเชิญเลขาฯ ยูเอ็นเยือนประเทศไทยที่จะมีขึ้นในเร็วนี้ ก็เพื่อให้เลขาฯ ยูเอ็นได้หารือและรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย รวมทั้งลงพื้นที่ดูบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริง โดยในสถานการณ์ในลักษณะนี้ ยูเอ็นมีประสบการณ์ในการร่วมกันหาทางออกคงจะได้มีการพูดคุยกันต่อไป
วันเดียวกัน พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สว.พิษณุโลก และประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้เชิญ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มาชี้แจงถึงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการระหว่างประเทศในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา รวมถึงกรณีที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ มีแนวคิดที่จะเชิญเลขาฯ ยูเอ็นเข้ามาแก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งในประเทศไทยมาชี้แจง
“คณะกรรมาธิการฯ ต่างแสดงความห่วงใยถึงแนว คิดดังกล่าว โดยเห็นว่าจะเป็นการละเมิดกฎบัตร สหประชาชาติ ที่ห้ามไม่ให้สหประชาชาติแทรกแซงเรื่อง ที่เป็นกิจการภายในของรัฐสมาชิก ซึ่งสถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่ได้เข้าข่ายลักษณะที่เป็นรัฐที่ล้มเหลว โดยกลไกภายในประเทศยังสามารถแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะการเจรจา เหนืออื่นใดหากรัฐบาลดำเนินการดังกล่าวจริง อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ด้วย” พิกุลแก้ว กล่าว
สีหศักดิ์ ระบุว่า ได้ให้คำแนะนำสุรพงษ์ไปแล้วว่าไม่น่าจะทำได้
ด้าน เกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สุรพงษ์ต้องมีความชัดเจนว่าจะให้บันคีมุนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในประเทศไทยในเรื่องอะไร เพราะการจะให้สหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงจะต้อง ได้รับความยินยอมพร้อมใจจากทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้น สหประชาชาติก็ไม่สามารถเข้ามาดำเนินการได้ และมี บทเรียนมาแล้วว่าความพยายามสร้างภาพของรัฐบาล ตั้งแต่การเชิญ โทนี แบลร์ อดีตนายกฯ อังกฤษ โคฟี อันนัน อดีตเลขาฯ สหประชาชาติ







