
บี.กริมยันเดินตามแผนลงทุนไฟฟ้า2.2แสนล.
บี.กริมยังเดินหน้าแผนลงทุนไฟฟ้า 2.2 แสนล้าน แม้เศรษฐกิจการเมืองไทยจะยังไม่อำนวย
บี.กริมยังเดินหน้าแผนลงทุนไฟฟ้า 2.2 แสนล้าน แม้เศรษฐกิจการเมืองไทยจะยังไม่อำนวย
นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทยังเดินหน้าตามแผนลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้า ในระยะ 5 ปี หรือระหว่างปี 25572562 ด้วยเงินลงทุน 2.2 แสนล้านบาท เนื่องจากไทยยังมีความต้องการใช้ไฟฟ้าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 4 หมื่นเมกะวัตต์ แม้ว่าการเมืองจะฉุดให้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่น่าจะกระทบในระยะสั้นเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายกำลังผลิต เพื่อรองรับกับภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยการลงทุนจะแบ่งเป็น ลงทุน 7 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 10 แห่ง หรือเพิ่มกำลังผลิตเป็น 2,000 เมกะวัตต์ และการลงทุนพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกประมาณ 1.5 แสนล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอีก 3,000 เมกะวัตต์
ด้าน นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมจะชะลอตัวลงในครึ่งปีแรก แต่ขณะนี้ปริมาณใช้ไฟฟ้ายังไม่ได้ลดลง โดยจะเริ่มชะลอตัวใน 12 เดือนข้างหน้า หากการเมืองจบเร็วการใช้ไฟฟ้าจะฟื้นตัวครึ่งปีหลัง แต่ขณะนี้กังวลเรื่องการลดคิวอีของสหรัฐที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า
“บริษัทต้องการความชัดเจน นโยบายพลังงานจากภาครัฐ ทั้งแผนพัฒนา พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก หลังจากเลื่อนประกาศเมื่อปลายปีที่ผ่านมานี้ แผน 12ปีนี้ บริษัทใช้งบลงทุน 1 2 หมื่นล้านบาท สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน 5 โรง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ 3 โรง นิคมฯ บางกะดี 2 โรง และนิคมฯบ่อวิน 1 โรง กำลังผลิต 732 เมกะวัตต์” นางปรียนาถ กล่าว
ขณะที่แผนลงทุนต่างประเทศ มีด้วยกัน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ในประเทศญี่ปุ่น ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 โครงการ คาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จปีนี้ ส่วนพม่า สนใจลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานน้ำ ที่ เมืองมัณฑะเลย์ กำลังผลิต 160200 เมกะวัตต์ รวมถึงพิจารณาลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ส่วนมาเลเซีย กำลังศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
สำหรับงบลงทุน 2.2 แสนล้านบาท วางแนวทางทั้งนำบริษัทบี.กริม เพาเวอร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือขยายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ส่วนโรงไฟฟ้า 16 โรง มีสัญญาซื้อขายกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 25ปี รายได้สิ้นปีนี้ 1.9 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 1.4 หมื่นล้านบาท อีก 5 ปี ข้างหน้า ตั้งเป้าสร้างรายได้ 7.5 หมื่นล้านบาท







