
ศรส.เล็งตั้ง"พัลลภ"สยบป๊อปคอร์น
ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมตั้ง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มาร่วมเป็นกรรมการเพื่อรับมือกับ กปปส. โดย พล.อ.พัลลภ ยอมรับมีคนทาบทามช่วยงาน ศรส. เพราะเห็นว่า สถานการณ์รุนแรง แถมมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย นักรบป๊อปคอร์น ออกมาขัดขวางการทำงานของตำรวจในการรักษาความสงบ
ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมตั้ง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มาร่วมเป็นกรรมการเพื่อรับมือกับ กปปส. โดย พล.อ.พัลลภ ยอมรับมีคนทาบทามช่วยงาน ศรส. เพราะเห็นว่า สถานการณ์รุนแรง แถมมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย นักรบป๊อปคอร์น ออกมาขัดขวางการทำงานของตำรวจในการรักษาความสงบ
“มีคนมาปรึกษาหารือแล้วว่า สถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่นี้ จะทำกันอย่างไร และอยากให้ผมให้ไปช่วยงาน ศรส.ตอนนี้ ผมยังเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีอยู่ เป็นมา 2 ปีแล้ว เมื่อทางนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาล ต้องการใช้งานผม แล้วผมจะปฏิเสธ หรือจะหนีในยามที่มีปัญหาเช่นนี้ แล้วต่อไปใครจะคบผม” พล.อ.พัลลภ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ยิ่งลักษณ์ ยังไม่เคยคุยอะไรกับตัวเองในเรื่องนี้เลย เพราะเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มา 2 ปี ไม่เคยใช้งานเลย
“ถ้ามีการขอร้องมา และมีคำสั่งแต่งตั้งผมมา ผมก็พร้อมที่จะไปช่วยงาน แต่จะช่วยในลักษณะไหน ขอให้มีการคำสั่งแต่งตั้งออกมาก่อนดีกว่า เพราะตอนนี้แค่มีข่าวออกมา ก็คงมีคนหวาดกลัว และอาจจะสกัดกั้น คัดค้าน ไม่ให้ผมมาช่วยทำงานแน่” พล.อ.พัลลภ กล่าว
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตอนนี้อายุ 77 ปีแล้ว คงไม่ได้บู๊อะไรแล้ว แต่คงให้คำปรึกษาในแง่ยุทธวิธีมากกว่า เพราะฝ่ายกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนั้นรู้กันดีว่าเป็นใคร แล้วใช้ยุทธวิธีแบบไหน
“เอาไว้มีคำสั่งออกเมื่อไหร่ ผมจะพูดให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นยังไง เบื้องหน้าเบื้องหลัง ใครเป็นใคร ไม่ว่าจะกองกำลังไม่ทราบฝ่าย นักรบป๊อปคอร์นอะไรนั่น” พล.อ.พัลลภ กล่าว
พล.อ.พัลลภ นั้น เป็นอดีตนายทหารสายเหยี่ยว สังกัดหน่วยล่าสังหารของหน่วยรบพิเศษหมวกแดง และเป็นแกนนำยังเติร์ก จปร.7 ที่เคยก่อการรัฐประหาร ถูกกล่าวหาลอบสังหาร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาแล้ว และเมื่อครั้งเป็น รองผู้อำนวยการ รมน. ได้ลงไปแก้ไขสถานการณ์ กรณีบุกยึดมัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2547 จนทำให้มีการเสียชีวิต 32 คน
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคง ออกมาปฏิเสธว่า ใน ศรส.ก็ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้เลย คนที่พูดอาจอยากให้ พล.อ.พัลลภ เข้ามาร่วมทำงาน
“แต่ในสถานการณ์ขณะนี้ผมคิดว่ายังไม่ถึงเวลา และยังไม่จำเป็นที่จะต้องนำท่านมาใช้ในการปฏิบัติงาน ยังเชื่อว่า ศรส.สามารถดำเนินการได้อยู่” พล.ท.ภราดร ระบุ
ขณะที่ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบ๊ก ระบุว่า พล.อ.พัลลภ ผู้รู้ทางกันเจ้าของฉายา “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” กลับมาแล้ว มารอบนี้เพื่อช่วย ศรส. และจัดการกับกองกำลังไม่ทราบฝ่าย
ด้าน พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือ ผบ.หน่วยซีล ได้ออกมาปฏิเสธ ไม่ใช่การ์ด กปปส.ที่คลุมหน้าดูแล สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ตามที่มีการแชร์กันในโซเชียลเน็ตเวิร์ก
“ผมยังไม่เคยเจอ สุเทพ เลย ทำไมผมจะต้องมาเอง ผมนี่เป็น ผบ.หน่วย เป็นนายพลเรือ จะให้มาทำแบบนี้หรือ” ผบ.หน่วยซีล ระบุ
อย่างไรก็ตาม พล.ร.ต.วินัย ยอมรับว่า เคยเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมของ กปปส.หลายแห่ง ตั้งแต่แรก เพราะต้องการไปหาข่าวด้วยตัวเอง ตั้งแต่ม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเสื้อแดง ก็เดินไปดูด้วยตัวเอง ก็แต่งนอกเครื่องแบบไป ไม่มีใครจำได้อยู่แล้ว
ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการ ศรส. ระบุว่า ในวันที่ 24 ก.พ.จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแพ่ง โดยจะขอให้สั่งทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง และวันที่ 25 ก.พ.ทาง ศรส.จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ธาริต ยังได้ปฏิเสธ ไม่มีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินใหม่ เพราะเป็นการไม่เคารพต่อคำตัดสินศาล โดย ศรส.จะยื่นอุทธรณ์อย่างเดียวเท่านั้น และมั่นใจจะชนะแน่นอน







