posttoday
ญาติวีรชนผ่านฟ้าลั่นต้องไม่ตายฟรี

ญาติวีรชนผ่านฟ้าลั่นต้องไม่ตายฟรี

20 กุมภาพันธ์ 2557

คลิปสะเทือนใจหลังจาก สุพจน์ บุญรุ่ง ผู้ชุมนุมสวมเสื้อลายธงชาติ ถูกยิงร่วงจนสิ้นใจขณะวิ่งหนีเสียงปืนในช่วงโกลาหลจากเหตุปะทะผ่านฟ้า ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ด้วยความเศร้าสลด

คลิปสะเทือนใจหลังจาก สุพจน์ บุญรุ่ง ผู้ชุมนุมสวมเสื้อลายธงชาติ ถูกยิงร่วงจนสิ้นใจขณะวิ่งหนีเสียงปืนในช่วงโกลาหลจากเหตุปะทะผ่านฟ้า ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ด้วยความเศร้าสลด

ร่างของสุพจน์ ในวัย 52 ถูกนำฝังที่สุเหร่าย่านอ่อนนุชตามหลักศาสนาอิสลาม โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ชญานิน บุญรุ่ง บุตรสาวของสุพจน์ เปิดเผยว่า ปกติจะไปร่วมชุมนุมกับพ่อตั้งแต่เวทีที่อุรุพงษ์ และจะคอยทำหน้าที่ขับรถรับส่งผู้ที่อยากชุมนุมมาตลอด วันที่พ่อเสียชีวิต ตำรวจถอยจากที่ตั้งแล้ว แต่ก็มีกระสุนยิงออกมาถูกพ่อ

“ขอฝากถามไปยังลูกชายของนายกรัฐมนตรีด้วยว่า จะรู้สึกอย่างไรถ้าพ่อถูกยิงตายแบบพ่อฉัน จะไม่ปล่อยให้เรื่องจบลงโดยที่พ่อต้องมาตายฟรีอย่างแน่นอน”

ผู้เสียชีวิตจากสมรภูมิผ่านฟ้ามี 5 คน เป็นตำรวจ 1 นาย ที่เหลือประชาชน 4 คน บาดเจ็บ 73 คน

จีรพงษ์ ฉุยฉาย อายุ 29 ปี กระสุนเจาะเข้าที่คอเสียชีวิต ขณะยังมีชีวิตเขาอยู่กับภรรยา และลูก 2 คนอายุ 3 ขวบและ 1 ขวบ พักอาศัยอยู่เขตสายไหม

สมถวิล ฉุยฉาย บิดาจีรพงษ์ เล่าว่า สมใจเขาแล้วที่อยากได้ธงชาติคลุมหัว แม้ลูกชายจะจากไป แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจที่ตายเพื่อชาติ เพื่อความถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขายึดถือเป็นสำคัญมาตลอด

บิดาเหยื่อผ่านฟ้าฯ เล่าว่า เขาเป็นลูกคนโต เป็นคนเก่ง ฉลาด ทำงานเกี่ยวกับบัญชี ครั้งหนึ่งเขาลาออกจากงานตรวจสอบบัญชี เพราะพบว่าสถานประกอบการใหญ่แห่งหนึ่งโกงภาษี จึงรับไม่ได้ที่เอาเปรียบสังคมกัน

อุมาพร อ่างทอง มารดาของจีรพงษ์ กล่าวว่า ลูกชายมักชวนคนในครอบครัวให้มาร่วมต่อสู้ครั้งนี้ เขาเป็นคนรักความถูกต้อง และนับถือพระพุทธะอิสระมาก ปกติจะมีเหรียญสมเด็จพระสังฆราช ที่พระพุทธะอิสระให้คล้องคอไว้ทุกวัน แต่วันที่ไปชุมนุมผ่านฟ้าคงลืมใส่

เธอเล่าว่า ลูกชายเข้าร่วมชุมนุมทุกวัน ในวันที่มีการสลายที่ผ่านฟ้า จีรพงษ์ออกไปแต่เช้า และโทรมาเล่าว่า ตอนเช้ามีการนั่งสวดมนต์ และคงไม่มีอะไรรุนแรง อย่างมากตำรวจคงใช้กระสุนยาง แต่ทุกคน ในครอบครัวก็อดห่วงไม่ได้ เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนมุ่งมั่น

“เขาขึ้นรูปในเฟซบุ๊กเวลา 08.30 น. ต่อมา 11.05 น. ก็ขึ้นรูปการเผชิญหน้าของตำรวจและผู้ชุมนุม อธิบายภาพว่ามันเริ่มแล้ว หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อทั้งเพื่อนและพ่อโทรไปก็ไม่มีผู้รับสาย คิดว่าลูกอาจถูกจับกุม จนเมื่อมาทราบข่าวและพยายามทำใจ คิดว่าลูกได้ทำหน้าที่ของเขาแล้ว”

อีกราย ศรัทธา แซ่ด่าน อายุ 43 ปี จ.ยะลา กระสุนเข้าราวนมด้านขวา ปัจจุบันมีลูก 3 คน

เล็ก แซ่ด่าน อายุ 57 ปี เล่าว่า ศรัทธาหรือดุล เข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่ที่สามเสน เป็นคนมุ่งมั่น เสียสละ มีน้ำใจ สนุก ทุกคนในครอบครัวมีความคิดเห็นตรงกันหมดที่จะต้องร่วมต่อสู้เพื่อชาติและความถูกต้อง จึงแบ่งทีมผลัดกันขึ้นมาร่วมชุมนุมกับ กปปส.โดยพูดคุยกันก่อนว่า ใครกลัวก็ไม่ต้องไปร่วมที่กรุงเทพฯ ดังนั้น เรื่องความตายเป็นเรื่องที่ต้องกล้ายอมรับกัน

ชำนาญ มิตรสัมพันธ์ เพื่อนรุ่นพี่ของศรัทธา บอกว่า สนิทกันเพราะเป็นอาสารักษาหมู่บ้านสวนส้ม อ.เมือง จ.ยะลา เล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล พอถึงช่วงสายมีการแจ้งข่าวว่า ผู้ชุมนุมที่แยกผ่านฟ้ามีคนอยู่น้อยขอกำลังเสริม พวกเราที่มาจากยะลา 56 คน จึงรีบวิ่งขึ้นไปสมทบ ขณะนั้นผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งถูกแก๊สน้ำตา จนได้มาเผชิญหน้ากับตำรวจบริเวณผ่านฟ้า ซึ่งรู้สึกได้ว่าตำรวจได้เล็งปืนมาที่เรา จึงตะโกนให้ศรัทธาหมอบลง ช่วงนั้นก็ถูกกระสุนเข้าแล้ว

“ผมได้ยินเสียงของศรัทธาร้องว่า ผมถูกยิงแล้ว ตอนผมพาขึ้นรถของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเพื่อส่งโรงพยาบาล เขาจับมือผมและบอกให้ลูบหน้าอกเพราะร้อน ซึ่งผมปลอบใจให้เขาคลายกังวลว่าไม่เป็นไรนะ ถึงมือหมอแล้วจะปลอดภัย ซึ่งเป็นคำพูดที่ขัดแย้งกับใจที่รับรู้ว่าเขาจะไม่กลับมา เพราะเลือดที่ไหลจากรอยที่ถูกยิงมันออกมามากเป็นลิ่มๆ”

ด้านพี่สาวของ ธนูศักดิ์ รัตนคช ชาว จ.กระบี่ ถูกยิง ที่หน้าอกซ้าย ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เล่าว่า น้องชายจะติดต่อทุกครั้งที่มาเข้าร่วมชุมนุม วันเกิดเหตุไม่สามารถติดต่อกับน้องชายได้ ในช่วงบ่ายๆ จึงเริ่มกังวลใจ มารู้ว่าเสียชีวิต จึงถือเป็นเรื่องรุนแรงไม่คาดคิด

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา