
อย่าลุแก่อำนาจ
การนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้านนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสำนักข่าวทีนิวส์ ในฐานะแกนนำ กปปส. ตามคำสั่งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการกระทำที่อุกอาจและเกินกว่าเหตุ
การนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้านนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสำนักข่าวทีนิวส์ ในฐานะแกนนำ กปปส. ตามคำสั่งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการกระทำที่อุกอาจและเกินกว่าเหตุ
ทั้งนี้ เนื่องจากไม่มีการแสดงหมายศาล เพื่อเข้าตรวจค้นกับเจ้าของบ้านตามขั้นตอนและหลักปฏิบัติ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการใช้อำนาจเกินบทบัญญัติตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งระบุอำนาจไว้ชัดว่าเพื่อการระงับยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรง
ทั้งนี้ การเข้าค้นในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้มีการจับกุมตัวนายสนธิญาณไปคุมขังแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องบุกเข้าไปในบ้านลักษณะดังกล่าว
ที่สำคัญบ้านหลังที่เข้าค้นก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้น คำสั่ง ศรส.เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ จึงรุนแรงเกินเลยความเป็นจริง และเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ่งแจ้ง
ศรส.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้อำนวยการ และมือรับใช้อย่างนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ในฐานะกรรมการที่คอยสนองตอบในทุกเรื่อง จึงมิควรลุแก่อำนาจ แต่สมควรทบทวนท่าทีการปฏิบัติให้เป็นไปตามครรลองกฎหมาย
พ.ร.ก.ฉบับนี้มีอำนาจขอบเขตที่ชัดเจน หาได้อนุญาตให้คณะชั่วคราวของรัฐบาลใช้อำนาจป่าเถื่อนปฏิบัติต่อพลเมืองอย่างหยาบช้า เสมือนประเทศนี้ไม่มีขื่อไม่มีแป
คำบิดพลิ้วบ่ายเบี่ยงของนายธาริตที่ระบุในภายหลังว่า ภาพหลักฐานการบุกค้นบ้านนายสนธิญาณเป็นภาพตัดต่อ ทั้งที่บุคคลภายในบ้านต่างยืนยันว่ามีการบุกค้นอย่างอุกอาจชัดแจ้งจริง กล่าวได้ว่า ศรส.กำลังยืนอยู่ตรงข้ามกับความถูกต้อง
พฤติกรรมของทั้งนายธาริตและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อภารกิจนี้ นอกจากจะมีความหมิ่นเหม่และเข้าข่ายขัดหลักสิทธิมนุษยชนชัดเจนแล้ว ยังสะท้อนว่าคณะชั่วคราวชุดนี้กำลังสถาปนาอำนาจอันมิชอบมาใช้ปฏิบัติต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างว่าต้องการนำกฎหมายฉบับฉุกเฉินมาดำเนินการเพื่อให้บรรลุภารกิจ ไม่ว่าการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม การขอคืนพื้นที่สถานที่ราชการ ฯลฯ แต่จำเป็นจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย
อีกทั้งการดำเนินการใดๆ ต้องปราศจากอคติ ต้องไม่ลืมว่านายสนธิญาณนั้นอยู่ในฐานะผู้บริหารสื่อด้วย ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีทุจริต การจะปฏิบัติการใดๆ จึงควรกระทำอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค
การบัญญัติกฎหมายต้องมีขึ้นเพื่อรักษาความยุติธรรมและอำนวยความยุติธรรม หาได้มีไว้เพื่อรังแกฝ่ายตรงข้ามโดยขาดความรับผิดชอบ







