posttoday
ยิงพระ-ไทยพุทธลุกลามทัพภาค 4 ล้อมคอกรปภ.

ยิงพระ-ไทยพุทธลุกลามทัพภาค 4 ล้อมคอกรปภ.

14 กุมภาพันธ์ 2557

ทีมข่าวภูมิภาค

ทีมข่าวภูมิภาค

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่และได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทบทวนมาตรการและเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้รัดกุมกว่าเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นย่านของชุมชนชาวไทยพุทธ ที่กลุ่มคนร้ายอาจฉวยโอกาสในการลงมือก่อเหตุได้ หลังเกิดเหตุรุนแรงลอบทำร้ายและสังหารประชาชนไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วหลายราย โดยคนร้ายได้ทิ้งข้อความว่าเป็นการแก้แค้นให้กับการสังหารเด็กมุสลิม 3 คน ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

“การเรียกหาความเป็นธรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและองค์กรเครือข่าย ด้วยการทำร้ายพี่น้องประชาชนต่างศาสนิก เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการประณาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำลายศพ ถือเป็นการกระทำของพวกนอกศาสนา เพราะขัดกับบทบัญญัติของศาสนาอิสลามอย่างสิ้นเชิง” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว

ด้านเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องทุกฝ่าย ให้ประชาชน ผู้นำชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม ตื่นตัวและตระหนักต่อสถานการณ์การใช้ความรุนแรงอันไร้ขอบเขตและไร้มนุษยธรรม ขอให้กองกำลังติดอาวุธทุกฝ่ายยุติความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ ขอให้ทุกภาคส่วนรวมถึงครอบครัว ชุมชน และสังคม ควรมีความอดทนอดกลั้นและไม่ควรใช้ความรุนแรงเพื่อตอบโต้ความรุนแรง ขอให้ประชาชน ผู้นำชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม ร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินการให้ความยุติธรรมต่อครอบครัวเหยื่อผู้สูญเสียในครั้งนี้ และร่วมกันหาแนวทางป้องกันเหตุการณ์รุนแรงที่จะเกิดกับเด็กและสตรีในอนาคต ขอให้เจ้าหน้าที่สืบสวนดำเนินการสืบสวนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวเหยื่อผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ครั้งนี้

นอกจากนี้ เครือข่ายชาวพุทธฯ ได้เรียกร้องให้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยและดูแลชุมชนไทยพุทธ และชุมชนที่ไทยพุทธและมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงบ้านพัก เจะมุ มะมัน ครูโรงเรียนตาดีกา ในพื้นที่บ้านปะลุกาแปเราะ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกวันที่ 3 ก.พ. ทำให้เด็กอายุ 311 ขวบ เสียชีวิตรวม 3 คน และมีการปล่อยข่าวว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุสังหารชาวไทยพุทธติดต่อกัน

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. คนร้ายจ่อยิง เบญจพร เกื้อทุ่ง ภรรยาตำรวจ สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียชีวิตกลางตลาด แล้วจุดไฟเผาร่างซ้ำ ก่อนชิงรถเก๋งหลบหนีไป

วันที่ 12 ก.พ. คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิง สยามล แซ่ลิ้ม พนักงานธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนหนองจิก เสียชีวิตบนถนนสาย 42 บ้านโต๊ะตีแต ต.ตันหยงจืองา อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แล้วจุดไฟเผาร่างซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเหตุการณ์คนร้ายทิ้งข้อความระบุว่า “ไม่ใช่ศพสุดท้ายสำหรับ 3 พี่น้อง”

ทั้งนี้ ล่าสุดเช้าตรู่วันที่ 13 ก.พ. คนร้าย 6 คน แต่งกายชุดพรางคล้ายเจ้าหน้าที่ ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน เป็นยานพาหนะใช้อาวุธสงครามกราดยิงเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์ขณะออกบิณฑบาต ทำให้พระมรณภาพ 1 รูป ชาวบ้านอีก 3 คนเสียชีวิต และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 5 คน เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้านบ้านใหม่ หมู่ 1 ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี

ขณะที่ผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย สมใจ ขุนเกลี้ยง และ ธิติวัฒน์ ขุนเกลี้ยง อายุ 12 ปี ภรรยาและบุตรชายตำรวจสังกัด สภ.แม่ลาน จำเนียร พุทธฤทธิ์ และ พระพนม กานนท์ อายุ 67 ปี พระวัดป่าสวย อ.แม่ลาน

สำหรับความรุนแรงต่อชาวไทยพุทธที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ออกมาแสดงความกังวลว่า หากเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสืบสวนข้อเท็จริงเหตุยิงเด็ก 3 คน เสียชีวิตที่ อ.บาเจาะ ให้กระจ่างได้ หากเกิดความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าไทยพุทธหรือไทยมุสลิมขึ้นอีก ก็อาจบานปลายเป็นความขัดแย้งระหว่างคนทั้งสองกลุ่มได้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI