
ผู้ว่าสระบุรีเผยชาวนายังชอบจำนำข้าว
สระบุรี-กมธ.วุฒิสภาลุยตรวจโครงการรับจำนำข้าวที่จ.สระบุรีผู้ว่าฯยันชาวนาชอบช่วยรายได้เพิ่ม
สระบุรี-กมธ.วุฒิสภาลุยตรวจโครงการรับจำนำข้าวที่จ.สระบุรีผู้ว่าฯยันชาวนาชอบช่วยรายได้เพิ่ม
นางกีระณา สุมาวงษ์ ประธานคณะของกรรมาธิการการเงินการคลังการธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา นำคณะกรรมาธิการเงินการคลังฯ ติดตามโครงการรับจำนำข้าวในพื้นจังหวัดสระบุรี โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับ และร่วมประชุมกับ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ตัวแทนชาวนา หอการค้าจังหวัด เข้าร่วมประชุมซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
ที่ประชุมได้มีการตอบข้อซักถามของ คณะกรรมาธิการฯถึงอุปสรรคปัญหาการดำเนินกรนโยบายโครงการรับจำนำข้าว พร้อมทั้งมีการข้อสังเกตุเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคโครงการรับจำนำข้าว โดยที่ประชุมส่วนใหญ่เป็นห่วงอยากรู้เมื่อไรชาวนาจะได้รับเงินค่าจำนำข้าวเมื่อไหร่ โดยที่ประธาน กมธ.เองก็ได้แสดงความสงสารและเป็นห่วงครอบครัวชาวนา พร้อมยังบอกตัวเองก็รับประทานข้าวสาวไห้ จ.สระบุรี
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเสนอความคิดเห็นว่า เรื่องของปัญหาของชาวนาอยากให้ทุกคนต้องไม่พูดเอามันบนทุกข์ของชาวนา โดยต้องอยู่บนฐานของข้อเท็จจริงของกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงคือนโยบายนี้เป็นนโยบายที่ถูกใจชาวนาและถูกใจคนที่อยากเห็นชาวนาลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งหากจะถามชาวนาว่าชอบโครงการจำนำข้าวนี้หรือไม่
คำตอบก็คือชาวนาชอบ และหากถามชาวนาจะเลิกโครงการนี้ไหม มีชาวนา100% ที่ไม่มีใครอยากให้เลิกโครงการนี้ แม้จะมีปัญหาอย่างในปัจจุบันก็ยังอยากให้มีเพราะทำให้มีรายได้มากขึ้น ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ทุกคนรับรู้คือ ปัจจุบันสถานการณ์เรื่องข้าวไม่ปรกติ มีการยุบสภา ขณะที่รัฐธรรมนูญก็บัญญัติห้ามทำการใดๆที่จะก่อให้เกิดผูกพันต่อรัฐบาลต่อไป
ผู้ว่าฯสระบุรี กล่าวด้วยว่ารัฐบาลรักษาการก็พยายามแก้ไขปัญหาแต่ข้อจำกัดด้านบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ห้ามไว้แต่ทำทำอะไรไม่ได้ ขอขายข้าวก่อนก็ไม่ได้เพราะกฎหมายบังคับไว้ จะไปกู้เงินก็มีการขัดขวาง ดั้งนั้น จึงมีหนทางเดียวคือต้องพยายามภาวนาให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพื่อให้มาช่วยตัดสินแก้ไขปัญหาการนำเงินมาจ่ายให้ชาวนาทุกคน
อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือเฉพาะหน้าขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรฯได้ให้ชาวนาชะลอการชำระหนี้ได้ โดยไม่คิดเบี้ยปรับการผิดนัดชำระหนี้ออกไป แต่ดอกเบี้ยต้องคิดตามอัตราปรกติแต่ยังไม่ต้องจ่ายเวลานี้ รวมทั้งได้ปล่อยกู้ใหม่ให้อีกรายละ1แสนบาท เพื่อนำไปใช้ในการทำนาใหม่หรือใช้ชำระหนี้โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราปรกติคือ 7 % ต่อปี
สรุปว่าชาวนาสระบุรีพอใจโครงการนี้อยากให้มีต่อแม้ว่าจะมีปัญหาการจ่ายเงินล่าช้า เพราะเกิดจากปัญหาสูญญากาศทางการเมือง แม้ให้มหาวิทยาลัยไหนมาทำวิจัยก็ต้องได้คำตอบว่าชาวนาต้องการนโยบายนี้ เพราะทำให้เขามีรายได้ดีขึ้นและมีชีวิตดีขึ้น ดังนั้นจึงต้องเอาใจช่วยให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ได้รัฐบาลใหม่มาบริหารราชการแผ่นดิน.







